สวัสดีครับคุณปวีณา
- พี่สบายดีนะครับ ผมไม่ได้เข้าไปแลกเปลี่ยนกับพี่เลย มัววุ่นๆ อยู่เหมือนกันครับ
- ขอบคุณมากๆ เลยนะครับ สำหรับความเห็นที่โดนหลายๆ ประเด็นเลยครับ
- มองๆ แล้วเหมือนแรงจูงใจที่จะให้คนเป็นครูไม่ค่อยมีหรือเปล่าครับ หรือว่าอย่างไรครับ
- ขณะที่คนมองถึงการเกษียณก่อนอายุขัยของราชการ กลับทำให้ผมมองต่อไปว่า น่าจะมีระบบการต่ออายุขัยทางราชการด้วยซ้ำ เพราะว่าแต่ละคนที่มีคุณภาพ อยากให้ท่านอยู่กับระบบไปนานๆครับ หรือว่าแม้จะเกษียณไปแล้ว ผมว่าอาจจะขอเชิญท่านมาสอนต่อก็ได้ หากท่านสมัครใจครับ ผมเสียดายน้ำกะทิในสมองของท่านนะครับ ที่กว่าจะคั้นออกมาเป็นหยดยอดเยี่ยมนั่น ไม่ใช่ใช้เวลาแค่สองสามปี
- หลายๆ คนที่เข้ามาเพราะว่ารักอาชีพนี้นะครับ มีความสุขที่เข้ามาแล้วได้ถ่ายทอดให้เด็กๆ มีหลายคนที่เข้ามาเพราะอยากทำงานสอน
- หลายคนเข้ามาเพราะได้สิทธิพิเศษ หลายคนเข้ามาเพราะมีหน้ามีตาเพราะได้รับเกียรติทางสังคม หลายคนเข้ามาเพราะว่ามีสิทธิเช่นได้เป็นอาจารย์กู้(ยืม) และเหตุผลอื่นๆ ตามรูปแบบ
- แต่ไม่ว่าจะเข้ามาด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทุกคนก็ร่วมกันสร้างสรรค์งานการสอนกันได้เต็มที่ครับ
- สอนโดยไม่เห็นแก่เงินเป็นที่ตั้ง สอนเพราะอยากจะให้ความสุข ส่วนเงินเดือนมาสนับสนุนเองตามวาระและโอกาส
- ผมเคยมองหลักการถ่ายทอดและหลักการรับจากเด็กครับ หากเล่นกฏ 50% นั่นคือ คุณครูให้นักเรียนมา 100% แต่ นักเรียนรับได้ 50% แล้วหากนำความรู้ที่ได้นั้นไปถ่ายทอดต่อ เด็กก็จะรับได้อีก 50% อีกครับ นั่นคือ เด็กจะได้รับเนื้อหาน้อยลงไปเรื่อย ดังนั้น ก่อนถ่ายทอดครูต้องเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปก่อน ตลอดจนเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับเด็กๆ ด้วย
- แต่หากคุณครูเอาเวลาออกไปทำอย่างอื่น ประกอบธุรกิจอื่น เพื่อความอยู่รอดทางปากท้องในครอบครัวของครูเอง ก็อาจจะมีผลต่อการเพิ่มเติมส่วนที่ขาดหาย พาลจะตอนไปสอนอาจจะทำอารมณ์การเรียนในห้องให้ขุ่นมัวหมองได้อีกครับ
- ขอบคุณมากๆ เลยนะครับพี่