สวัสดีครับ คุณศศิชล คุณนิรันดร

ขออภัยที่เปิดเมล์ช้าเพราะสองสามวันนี้มีเหตุให้ลงพื้นที่ ไม่ได้อยู่หน้าคอมพ์

ผมคิดว่ากลิ่นของกำมะถันซึ่งคุณศศิชลแจ้งความเดือดร้อนมานั้น น่าจะลงลึกรายละเอียดว่าเป็น “กลิ่นกำมะถัน” แบบไหน

ก. แบบเหม็นเหมือนไข่เน่า น่าจะเป็น ไฮโดรเจนซัลไฟด์ H2S เกิดจากการบูดเน่าของอินทรียวัตถุที่มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบ เช่น ไข่แดง ถ้าเน่า…ซึ้งเลยว่ากลิ่นไข่เน่สนั้นเป็นเช่นนี้เอง อันตรายทางเคมีนั้นไม่มาก แต่ความเหม็นร้ายกาจนี้รุนแรง เหม็นเหลือทนซึ่งทำให้ผู้คนละแวกนั้น (ที่ประสาทรับกลิ่นยังดีอยู่) ทุกข์กับการอยู่ การกิน การนอน พาลทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง แย่ลง อย่างมลพิษทางเสียงแถบละแวกสุวรรณภูมิ

ข.กลิ่นแสบจมูกแสบตา เกิดจากการเผาไหม้สารที่มีกำมะถัน เช่น ถ่านหิน น้ำมันต่างๆ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ SO2 ซึ่งเมื่อทำปฏิกริยากับความชื้นในอากาสจะเกิดกรดกำมะถัน แสบจมูก ระคายเคืองหลอดลม นานวันไปจะทำให้สมรรถภาพปอดแย่ลง โลหะผุขึ้นสนิม เป็นมลภาวะทางอากาศที่พบบ่อยในเมืองอุตสาหกรรม โดยเพาะถ่านหิน เช่น แม่เมาะ ปัจจุบันมีเครื่องมือตรวจวัดระดับซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ลองต่อไปที่กรมควบคุมมลพิษ นะครับ

ค.กลิ่นแบบบ่อน้ำร้อน กลิ่นภูเขาไฟ แบบนี้จะพบตามแหล่งน้ำพุร้อนตามธรรมชาติ คงไม่ใช่กรณีที่ถามมา

คงช่วยให้ระบุชัดขึ้นอีกนิดว่า กลิ่นกำมะถัน ซึ่งคุกคามอยู่นี้นั้นเป็นอะไร อันตรายแค่ไหนนะครับ

ถ้าเป็นแบบ ก. การเติมออกซิเจนแก่น้ำคลอง ร่วมกับใช้จุลชีพที่เป็นคุณ หรือ EM น่าจะแก้ปัญหาได้ หาได้จากเว็บชีววิถี ของ กฟผ.