ความเห็น 2382214

บันทึกการเมืองไทย : ตีความโดยไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร แย้งโดย โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์

ออกุสต์ บล็องกี
IP: xxx.131.217.12
เขียนเมื่อ 

แต่ผมกลับเห็นว่าการมองขบวนการเคลื่อนไหวของเสื้อแดงเป็น "aesthetic movement" จะทำให้ภาพของขบวนการนี้ เป็นเพียงเท่านั้นไป กล่าวคือเป็นเพียงแค่ "ภาพ" หรือ "ผลงานทางศิลปะ"-โสรัจจ์

     ผมเกรงว่าผู้อ่านที่ได้อ่านข้อความดังกล่าวจะเผลอเข้าใจอะไรผิดไป ก็เลยอยากจะอธิบายเนื่องจากติดตามงานของไชยรัตน์มาพอควร ก่อนอื่น aesthetic ที่ไชยรัตน์ใช้นั้นเป็น technical term สุนทรียศาสตร์ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการชื่นชมดื่มด่ำในความสวยงามของศิลปะอย่างที่นิยมเข้าใจผิดกัน แต่ไชยรัตน์ใช้ในความหมายแบบเดียวกับที่นักปรัชญาชาวฝรั่งเศสที่ชื่อฌาคส์ ร็องซีแยร์ใช้ กล่าวคือ เป็นเรื่องของการรับรู้ในสิ่งที่มองไม่เห็น พูดไม่ได้ คิดไม่ถึง หรือไม่เคยได้ยินมาก่อน

     ร็องซีแยร์ใช้สุนทรียศาสตร์ในความหมายของการแบ่งแยกการรับรู้ของคนในสังคม (the partition of the perception) ที่เป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการทำความเข้าใจโลกรอบตัว การแบ่งแยกการรับรู้นี้ เป็นตัวกำหนดว่าอะไรคือสิ่งที่ยอมรับได้ ทำได้ พูดได้ มองเห็นได้ เป็นต้น ไม่ต่างไปจากสุนทรียศาสตร์ของศิลปะก็คือระเบียบกฎเกณฑ์ที่กำหนดว่าอะไรคืองานศิลปะ การกระทำใดที่จะถือว่าเป็นศิลปะ เป็นต้น

    ยกตัวอย่าง ในการพิจารณาคดีนักปฏิวัติชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19 ที่ชื่อออกุสต์ บล็องกี ผู้พิพากษาถามบล็องกีว่ามีอาชีพอะไร? เขาตอบว่า "แรงงาน" (proletarian) เมื่อได้ยินคำตอบ ผู้พิพากษาก็บอกแก่บล็องกีว่าแรงงานไม่ใช่อาชีพ แต่บล็องกีก็แย้งว่า "แรงงานเป็นอาชีพของคนฝรั่งเศส 30 ล้านคนที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการขายแรงงานและเป็นกลุ่มคนที่ถูกตัดสิทธิต่างๆ ทางการเมือง" ในที่สุดศาลก็ยอมให้บันทึกสิ่งที่เรียกว่า "แรงงาน" ให้เป็นอาชีพหนึ่งในระบบการแบ่งแยกการรับรู้ของสังคมฝรั่งเศสและนี่คือสิ่งที่ร็องซีแยร์เรียกว่า สุนทรียศาสตร์ของการเมือง ก่อนหน้าบล็องกี "แรงงาน" ไม่ได้ถูกนับรวมให้เป็นอาชีพในสังคมฝรั่งเศส เพราะในระบบการแบ่งแยกการรับรู้เรื่องอาชีพของคนฝรั่งเศส แรงงานไม่ใช่อาชีพ ก่อนหน้าบล็องกี ชนชั้นแรงงาน (เทียบได้กับพวกประชดตนเองว่าเป็น "ไพร่" ในกรณีของไทย) เป็นสิ่งที่ไม่มีความหมาย (ในสายตาของชนชั้นนำ) เป็นความว่างเปล่าสำหรับพลเมืองฝรั่งเศสที่มีสิทธิและมีส่วนในกระบวนการปกครองของสังคมฝรั่งเศส ชนชั้นแรงงานเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น รับรู้ไม่ได้ และไม่มีเสียงในสังคมฝรั่งเศส มีฐานะไม่แตกต่างไปจากสัตว์ในความหมายที่ไม่สามารถพูด ทำได้แต่เพียงส่งเสียงร้องที่ไม่มีความหมายใดๆ ไม่มีใครฟังในสังคมฝรั่งเศส บล็องกีทำให้สิ่งที่ไม่ปรากฏปรากฏ ทำให้สิ่งที่มองไม่เห็นเห็น ทำให้สิ่งที่ไม่ได้ยินได้ยิน 

     สุนทรียศาสตร์ของการเมืองในแบบของร็องซีแยร์จึงเป็นการทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้เป็นไปได้

     ขอให้โสรัจจ์เข้าใจอะไรเสียใหม่ด้วย