สวัสดีเจ้า น้องมะตูมIco48

        วันนี้มาเรียนรู้เรื่องการบริหารจิตกันนะคะ

           " ในคนเราทุกคนย่อมมีส่วนประกอบสำคัญ ๒ ส่วนประกอบกันอยู่ คือ กายและจิต" ในวันหนึ่งคนเราให้การบริหารบำรุงกายมากเท่าไร โดยปกติตื่นนอนขึ้นมาก็ล้างหน้าชำระกาย บริโภคอาหารวันหนึ่งหลายมื้อ เมื่อเรียนหรือทำงานก็ต้องให้ร่างกายได้พักผ่อน ต้องให้อาบน้ำ ต้องให้หลับเป็นเวลาหลายชั่วโมง  หากจะกล่าวว่าการบริหารกายให้เป็นสุขก็เท่ากับบริหารจิตด้วย  เพราะเมื่อกายสบาย จิตก็สบาย กล่าวดังนี้ยังไม่ถูกต้องตามหลักเหตุผล  เพราะทั้งสองนี้ต้องการเครื่องบำรุงต่างกัน เช่นกายต้องการอาหารมีข้าวน้ำเป็นต้น จิตก็ต้องการอาหาร แต่อาหารของจิตเป็นอีกอย่างหนึ่ง อาหารของจิตทั่วไปได้แก่อารมณ์ คือเรื่องที่ทำให้จิตมีสุข อาหารที่มีประโยชน์คือธรรมะ ที่เป็นเครื่องบำรุงจิตใจ ลองคิดดูว่า วันหนึ่ง ได้บริหารจิตด้วยวิธีดังกล่าวหรือเปล่า ให้เวลาสำหรับบริหารจิตไว้บ้างหรือไม่ ถ้ามิได้ให้ความสนใจที่จะบริหารจิตบ้างเลย หรือให้ความสนใจน้อยมาก ก็แสดงว่ายังมิได้เห็นและให้ความสำคัญแก่จิตใจตามสมควร อาจจะเป็นเพราะยังมิได้คิดพิจารณาว่าจิตมีความสำคัญอย่างไร  ถ้าได้พิจารณาว่าจิตมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ก็น่าจะเริ่มให้ความสนใจ และเริ่มทำการบริหารจิตให้เหมาะสมควบคู่กันไปกับการบริหารกาย มิใช่ทุ่มเวลาไปในเรื่องที่จะบำรุงทางกายโดยส่วนเดียว ส่วนทางจิตปล่อยให้ตกต่ำ จมปลักแห่งกิเลสไปตามเรื่อง หากได้พากันหันมาเห็นและให้ความสำคัญแก่จิตใจดังนี้แล้ว จิตที่ได้รับการบริหารอบรมแล้ว ก็จะกลับเป็นผู้ให้ประโยชน์สุขแก่ตัวผู้เป็นเจ้าของจิตใจเองมากอย่างที่ไม่เคยนึกฝันมาก่อน