ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องปรุงแต่งครับ เกิดขึ้นและตั้งอยู่และเสื่อมสลายตามกาลเวลา
ภาษาก็เช่นกันเป็นธรรมชาติแต่เหตุที่หลายคนไม่อยากให้เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาก็เพราะจะได้มีเกณฑ์ยึดและเป็นแนวทางในการศึกษาหากวันหนึ่งภาษาเปลี่ยนไปเสียแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าในอดีตเขาเป็นเช่นไร พูดอย่างไร ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น คำนี้คืออะไร ความหมายว่าอย่างไร
แต่ใช่ว่าภาษาจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง และชนชาติไทยนี่แหละครับที่ชอบกลืนภาษาต่างประเทศมาเป็นภาษาของเราลองสังเกตดูสิครับ
คำไทยแท้คือคำโดด เช่น หน้า ตา ผม คิ้ว ขน ปาก หู แต่มีคำหนึ่งที่ไม่ใช่คำไทยแท้คือ จมูก เพราะในสมัยก่อนเราใช้คำว่า ดั้ง แต่ปัจจุบันนี้ดั้งเหลือเพียงส่วนที่เป็นสันเท่านั้น
เห็นหรือยังครับว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงแต่เป็นแบบค่อย ๆ เปลี่ยนให้เหมาะสมกลมกลืน ไม่ใช่ ครับ เป็นคัฟ หรือ ครัฟ อย่างที่วัยรุ่นสมัยนี้ทำ อย่างหลังนี่แหละคือวิบัติ และเป็นหายนะของภาษาที่แท้จริง
ความยั่งยืนทางภาษาคือสิ่งที่น่าห่วงครับ ไม่เช่นนั้นเราคงต้องอาศัยภาษาบาลีในการเก็บรักษาคำพูดเพื่อให้สามารถยึดเป็นเกณฑ์ได้เหมือนทุกวันนี้ที่พระสวดมนต์นั้นก็เพื่อรักษาพุทธพจน์ไว้ให้ยั่งยืนเพื่อคนรุ่นหลังได้รับสารให้เสมือนหนึ่งได้รับฟังจากพระโอษฐ์ถึงแม้ไม่ร้อยเปอร์เซนต์ก็ไม่น่าต่ำกว่าร้อยละ 7-80 ก็ยังดีกว่าหาหลักยึดไม่ได้
นี่เป็นเพียงมุมมองหนึ่งเท่านั้นนะครับ รอคนอื่นต่อยอดครับ