• เรียนอาจารย์
    P
  • ผมดีใจที่อาจารย์สนใจและอ่านบล็อกที่ผมเขียนครับ
  • นักกีฬาที่มี"ภาพนึก" ว่าตนเองยังมีฝีมือด้อยอยู่ จะขยันฝึกซ้อม นักศึกษาที่มี"ภาพนึก"ว่าตนเองยังรู้ไม่มากพอก็จะขยันเรียน ขยันอ่าน เช่นเดียวกันกับครู อาจารย์ที่มี"ภาพนึก"ว่า การจัดการเรียนการสอนของตนยังไม่ค่อยดีก็จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ขยันอ่าน ขยันศึกษา เข้าอบรม สัมมนา และนำความรู้มาพัฒนางานในความรับผิดชอบของตนครับ และภาพนึกนี้จะแปรเป็น"พฤติกรรม" ครับ และคนอื่นๆจะมองเห็นได้ เพียงแต่ว่าเขาหรือเธอจะพูดออกมาหรือไม่? หรืออาจจะพูดนินทาลับหลังก็อาจจะเป็นไปได้ครับ
  • แต่หากมีใครมาให้คำแนะนำ ให้ข้อตักเตือน ผมถือว่า คนนั้นน่ารักมากครับ เวลาเราเดินทางยังต้องมีป้ายจารจรตลอดรายทางเลย นับประสาอะไรกับชีวิตของเราก็ต้องมี "คำแนะนำ" ครับ ในอัลกุรอานเรียกสิ่งนี้ว่า "อัลฮูดา" หมายความว่า "คำแนะนำ หรือทางนำ"ครับ และอัลกุรอานเป็นทางนำในการดำเนินชีวิตครับ
  • และท่านศาสดากล่าวว่า "ศาสนาคือการตักเตือน" ครับ
  • การตักเตือนซึ่งกันและกันด้วยความบริสุทธิ์ใจและหวังดีคือกระจกที่ฉายให้เราได้เห็น "ตัวเรา"ครับ และบางครั้งก็อาจจะไม่ตรงกับ "ภาพนึกในใจเรา" 
  • มาถึงตรงนี้ก็จะเกิดภาพ ๒ ภาพที่แตกต่างกันครับ หากเปิดใจให้กว้างและรับเอาคำแนะนำหรือคำตักเตือนมาพิจารณาทีละข้อทีละเปลาะก็จะเกิดประโยชน์ครับ
  • แต่ถ้าเรามั่นใจว่าภาพนึกของเราถูกต้อง สำหรับนักกีฬาก็ต้องลงสนามครับ สำหรับนักศึกษาก็ต้องเข้าสอบ และสำหรับอาจารย์ก็ดูผลงานที่ตัวเด็กว่าหลังจากสอนไปแล้วผลเป็นอย่างไร
  • ผลที่เกิดขึ้นจะสะท้อน "ภาพนึกของเรา" ครับ
  • อย่างไรก็ตามทั้ง"ภาพนึก" ของเราเองและ "การมอง"ของผู้อื่นต่างก็มี"ความแปรปรวน" อยู่ในตัวครับ หากมี "ความรัก" ที่มากเกินไป หรือ "มีอคติ"ก็อาจจะมองภาพหรือมีภาพนึกที่เบลอไปจากความเป็นจริงครับ
  • หากรักมากก็ลดลงหน่อย หากเกลียดมากก็ลดลงสักนิดครับ ทางสายกลางดีที่สุดครับ