หลังจากที่แหววได้หนังสือ “เชาว์ปัญญาที่มีลายเซ็นของอาจารย์ “ซึ่งเป็นเครื่องกระตุ้นปัญญาอย่างหนึ่ง” แหววก็ได้อ่านพร้อมๆกับได้ความรู้ ความประทับใจ-ความงดงาม –และได้ใช้ประโยชน์ทันทีเลยค่ะ โดยความรู้ที่ได้ก็จะผสมผสานกับเล่มอื่นๆในชุดนี้อาทิ “วุฒิภาวะ” , “หลุด (Freedom) “ ที่ชัดมากๆที่ได้นำมาใช้เพราะได้เข้าไปอยู่ในกระแสของความคิดและจิตใจไปแล้ว ก็เรื่องของความรัก-เมตตา เป็นความรักที่บริสุทธิ์ค่ะ แหววชอบความรักแบบนี้เพราะรักแล้วมีความสุข อิ่มเอิบ นับวันยิ่งเพิ่มพูน ยิ่งให้อิสระแก่กัน ยิ่งมีการตามรู้ ด้วยความไม่ประมาทของจิต ไม่ยึดติด ก็ยิ่งมั่นคงและเป็นสุข เริ่มด้วยเรื่องของลูกสาว เธออายุ 15 ปี พึ่งเข้าเรียนที่มงฟอร์ต เชียงใหม่ เราอยู่ไกลกัน ต้องโทรคุยกันทุกวัน แหววรู้สึกว่าแหววได้นำความรู้นี้มาใช้ แหววให้อิสระที่อิ่มด้วยรักเธอมากขึ้น เมื่อเธอมีปัญหา (มีเรื่องเข้ามาทดสอบพอดีช่วงสงกรานต์) แหววให้ข้อคิดเห็นบางอย่างโดยแหววรู้สึกว่า แหววมั่นคงขึ้นมาก และเธอก็สามารถใช้เชาว์ปัญญาของเธอเองได้ด้วยดี ทั้งที่ตอนแรกเธอเครียด ร้องไห้ ดูเหมือนอะไรๆจะแย่ไปเสียหมด ทุกอย่างจบลงง่ายดาย ด้วยดี สั้นๆ เมื่อเราฟัง รัก เมตตา มั่นคง และจุดประเด็นอะไรเล็กๆ บางอย่างเท่านั้น แหววรู้สึกถึง กิ่งก้าน-ใบแห่งอิสระที่งอกงาม พร้อมๆกับการเจริญของรากแก้วที่หยั่งถึงซึ่งภายใน ทำให้ดอกไม้แห่งเชาว์ปัญญาและสติปัญญา การคิดอ่านแก้ไขปัญหาต่างๆ เบ่งบาน งดงาม และมั่นคงขึ้น นอกจากนี้ก็จะเห็นผลในเรื่องราวของความรัก เมตตา และการปฏิบัติที่งดงามขึ้นกับ คุณพ่อ คุณแม่ พี่ชาย(ที่มิใช่พี่ชายแท้ๆ) เพื่อนร่วมงาน ซึ่งก็เนื่องมาจากความรักและการให้อิสระ ทั้งให้กับตัวเรา(ยกตัวอย่างเช่นกับแม่) และเราให้กับเขาทั้งหลาย พอถึงจุดนี้สิ่งหนึ่งที่ชัดขึ้นอีก คือความรู้สึกถึงความเป็นหนึ่งเดียวของสรรพสิ่งในโลกนี้ ซึ่งย้อนกลับมาให้มีเมตตา และการปลดปล่อยอิสระมีมากขึ้นไปอีก อยู่บ้านก็ร่มเย็นเป็นสุขมากขึ้น,ไปอยู่ในที่ทำงานก็มีความสุข และบรรยากาศของมิตรซึ่งอยู่ที่ใจเราเองก็แผ่ขยายผลมากขึ้น ซึ่งก็ต้องขอบพระคุณท่านอาจารย์มากๆนะคะที่นำหนังสือดีๆ เหล่านี้มาให้ได้มีโอกาสได้อ่าน