ยังตีความสำนวน "All we see are anything but truths!!" ไม่แตกค่ะ  แต่อยากจะเดาความหมายใน ข้อความ bullet ของอาจารย์ ตามความเข้าใจของ k-jira ไม่แน่ใจว่าถูกหรือผิดนะคะ

 

  • เรามีระบบประสาทมากกว่านี้อีกไหม?

หมายถึง ระบบประสาทสัมผัส ที่หมอกับคนไข้จะสื่อถึงกันรึเปล่าคะ  จากตัวอย่างที่อาจารย์ยกมาคือรอยยิ้ม  k-jira คิดว่ายังมีสัมผัสของมือหมอ ที่วาง-ตรวจ-จับ-ทำหัตถการบนตัวคนไข้  ความหนักเบา ความอ่อนโยน ความมั่นใจหรือลังเล ความประณีตบรรจง คนไข้เขาก็สัมผัสได้  ว่าหมอกำลังทำกับคนไข้ด้วยความรู้สึกแบบไหน

ตัวอย่างเช่นการทำแผล .. การทำแผลให้คนไข้ 

กรณีแผลเย็บ สะอาด ทำแบบแบบ dry dress ความจริงก็ไม่ต้องทำอะไรมาก นศพ.บางคนอาจถูกสอนมาว่า ให้เช็ดรอบๆด้วยเบต้าดีน 1 รอบ แล้ววางก๊อสบางๆ 1 ชิ้น ปิดพลาสเตอร์ 2 ทีก็เสร็จ  นศพ.บางคนอาจจะรีบ เพราะมีเคสหลายเคสต้องทำ อีกอย่างแผลง่ายๆ จึงทำด้วยความมั่นใจ

ด้วยเวลาที่ไม่ค่อยมี จึงอาจจะลืมประเมิน โดยการถามคนไข้ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง  คนไข้บางคนเล่าว่า "หมอเช็ดทีสองที แล้วก็ปิดก๊อส ไม่เห็นทำอะไรเลย" 

เขามีความรู้สึกว่า ทำเหมือนไม่ได้ทำ  ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว  dry dressing ด้วยวิธีที่หมอทำนั้นก็ถูกต้อง และพอแล้ว เพียงแต่สิ่งหนึ่งที่ขาดหายไป คือ "ความใส่ใจ" ที่มอบให้ระหว่างที่ทำ  จึงทำให้คนไข้มองไม่เห็น หรือไม่รู้ตัวว่า หมอ (นศพ.) ทำแผลให้แล้ว

คนไข้บางคนไม่ชอบปิดก๊อสชิ้นเดียว แต่ชอบ 2 ชิ้น เพราะรู้สึกว่ามันมั่นใจ  อันที่จริงใน set ทำแผล ให้ก๊อสมา 2 ชิ้น ชิ้นที่เหลือบางครั้งพอรวบเซ็ตก็เปื้อนเบต้าดีน แล้วก็ถูกทิ้ง  ดังนั้นเอามาปิดให้คนไข้สบายใจดีกว่า

การปิดพลาสเตอร์ ก็มีเทคนิคละเอียดอ่อน คนไข้แต่ละคนจะชอบไม่เหมือนกัน

หรือกรณีแผลที่มีเนื้อตาย หรือแผลติดเชื้อ อักเสบ ต้องเลาะไหมออกเพื่อทำแผล wet dressing  ต้องมีการขูดเอาคราบเหลืองๆ หรือตัดเนื้อตายออก หมอบางคนทำไปหันมาใส่ใจกับความเจ็บปวดของคนไข้ ทำไปถามไป "เจ็บไหม"  ทำไปปลอบไป   คนไข้แม้จะเจ็บ แต่ก็ชื่นใจ มีกำลังใจ หายเจ็บไปกว่าครึ่งกับน้ำเสียงของหมอ

แต่บางคนทำไป ไม่พูดไม่จา มุ่งมั่นแต่แผล พอคนไข้ร้องคราง ก็บอกว่า "เกือบเสร็จแล้ว ๆ"

มีคนไข้คนหนึ่ง เคยเล่าให้ฟังแบบติดตลกว่า เคยผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี แล้วแผลมัน infect ตอนนั้น โดนหมอ "ฮาราคีรี" ไปหลายรอบ กว่าแผลจะหาย

เราแปลกใจถามว่า "เอ๊ะ.. ยังไงเหรอคะ ฮาราคีรี"

คนไข้หัวเราะบอกว่า " ก็เวลาทำแผล หมอทั้งล้วง ทั้งควักหน้าท้องไง "

นึกตามแล้วก็ทั้งขำ ทั้งหวาดเสียวเลย ^___^

 

แล้วก็เคยมีคนไข้อยู่เคสหนึ่ง  ปกติเคสนี้ตอนเช้าจะมี นศพ.มาทำแผลให้  ต่อมาเราพบว่า ทุกเช้าก๊อสปิดแผลคนไข้จะหลุดลุ่ย ก่อนที่ นพศ. จะมาทำแผลให้ พยาบาลจึงต้องทำแผลให้เอง เพราะไม่อยากให้เปิดแผลโล่งแจ้งรอหมอ ซึ่งไม่รู้จะมาทำแผลให้ตอนไหน

ตอนหลังชักแปลกใจ  ทำไมแผลหลุดได้ทุกวัน  ถามคนไข้เลยได้รู้จากญาติว่า คนไข้แอบดึงก๊อสปิดแผลออก เพราะอยากให้พยาบาลทำ  ไม่อยากให้ นศพ.ทำให้  

นอกจากสัมผัสแล้ว.. น้ำเสียงก็มีผล  น้ำเสียงที่อ่อนโยน ใส่ใจเวลา "ซักถามอาการ" ไม่ใช่ "สอบสวนถามอาการ"

แต่ตรงนี้.. นศพ.ส่วนใหญ่จะพูดดี อ่อนโยนกับคนไข้ค่ะ  เพียงแต่ไม่เข้าใจ.. บางคนพอจบเป็นหมอ อาจจะลืมเรื่องการใช้น้ำเสียงไป  (มีแค่บางคนหรอกนะคะ) 

k-jira คิดว่า.. ถึงอย่างไร การมีหางเสียง  "คะ ขา" " ครับ"  เวลาคุยกับคนไข้  โดยเฉพาะคนที่สูงวัยกว่า เป็นเรื่องที่ดี  เพราะหางเสียงจะทำให้น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนลงเสมอ


อีกอันหนึ่งที่หลายคนลืม  คือ ความเคลื่อนไหวค่ะ  อาจจะเป็นเพราะหมอมีเคสที่ต้องราวน์หลายเคส  บางเคสที่ไม่เป็นอะไรมาก หมออาจจะรีบจนลืม  จนกระทั่งมีเรื่องกึ่งตลก... ที่คนไข้เล่าให้ฟังหลายครั้ง

คือเจอหลายครั้ง ที่คนไข้มาบอกกับพยาบาล ว่าอยากจะบอกหมอถึงอาการบางอย่างของตนเอง จึงอดถามคนไข้ไม่ได้ว่า แล้วทำไมตอนหมอมาจึงไม่บอก จึงไม่ถาม  คนไข้บอกว่า ตอนนั้นหมอก็ถามแล้วว่า "เป็นอย่างไรบ้าง"  แต่พอคนไข้อ้าปากจะตอบ หมอก็เดินออกไปแล้วด้วยความรวดเร็ว

สรุปก็คือ เป็นการเคลื่อนไหวที่เร็วกว่าเสียง  (ฮา)

ดังนั้นจึงมีหลายครั้ง ที่พยาบาลต้องใช้กลยุทธ์ดักหมอไว้  หรือไม่ก็เตี๊ยมกับคนไข้ ให้ญาติช่วยเขียนรายการคำถามใส่กระดาษให้คนไข้ถือไว้  พอหมอมา ก็ให้ยื่นกระดาษคำถามให้เลย  เพราะหากให้คนไข้หรือญาติพูดถามเอง อาจจะกะทันหันนึกไม่ออก พูดไม่ทัน

เอ๋.. รู้สึกว่าข้อนี้ชักจะยาว แหะๆๆ

..............................

 

  • มีแล้วจะเป็นอย่างไร?
  • What will happen and we will have prepared for it (in a republican conference)

 

คิดว่า ถ้าเรารู้ว่ามีอะไรบ้าง เราก็คงสามารถเตรียมตัวได้ การให้ นศพ. รับรู้ ว่าการทำอะไรกับ "คน" นั้น ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนมาก  แม้คำพูด ก็ยังประกอบด้วยอะไรอีกมากมาย  ทั้ง content ที่พูดออกไป มันกำกวม เสี่ยงคต่อการแปลความได้หลายประเด็นหรือเปล่า  ทั้งน้ำเสียงที่ใช้ ทั้งสายตา และสีหน้าเวลาพูดออกไป อาจจะทำให้คำพูดประโยคเดียวกัน คนไข้ก็อาจจะรับรู้แตกต่างกันไป

.......


ส่วน 2 ข้อสุดท้าย

  • หรือไม่ role model อาจจะไม่มี เพราะทะเลก็จะดี ราบเรียบ และมีฝูงปลาไว้ไปมาเยอะ
  • แล้วคนที่ถูกจ้าง ก็เริ่มทำงานอยู่ ค่อยๆเป็นค่อยไป

เป็นปริศนาธรรมค่ะ  อิอิ

role model อาจจะไม่มี  หมายถึง ไม่มีใครเป็นแบบอย่างให้ นศพ. รึเปล่าคะ   ทะเลเปรียบเหมือนคณะแพทย์ ดูภายนอกดี  ราบเรียบ สงบ แต่ใต้ท้องทะเล ประกอบด้วยบุคคลหลากหลาย  แต่คนที่ถูกจ้าง..หมายถึงอะไรหนอ ยังมีอะไรซ่อนอยู่ใต้ท้องทะเลรึเปล่า

55555 เดาไปเรื่อย จนเริ่มเพี้ยนแล้วค่ะ

^_________^