บันทึกนี้มีขึ้นได้ เพราะจากการฟังวีซีดีของอาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร
ปีใหม่นี้ จึงอยากจะนำพรปีใหม่ของอาจารย์มาให้พวกเราทุกคนได้อ่านครับ

ผู้มีสติมองเห็นว่า กาลเวลาไม่เคยหยุดหมุน สัตว์บุคคลจะหลับหรือตื่น กาลเวลาย่อมกลืนกินชีวิตให้หดสั้นลง ผู้ขาดสติดีใจที่กาลเวลาใหม่จะเวียนมาถึง ตนจะได้อ้างเอาโอกาสนี้มาประพฤติทุศีลไร้ธรรมได้มากยิ่งขึ้น แต่ละบุคคลมีเวลาเป็นของตัวเอง มีเวลาของชีวิตไม่เท่ากัน ตามกรรมที่บุคคลทำไว้ไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือความสิ้นสุดของชีวิต เมื่อเวลานั้นมาถึง บุคคลจำเป็นต้องทิ้งขันธ์ลาโลก เพื่อไปหาร่างใหม่อยู่อาศัย แม้เนื้อเทียนจะหมดสิ้นเปลืองไปในที่สุด หากพวกเราใช้สติสัมปชัญญะที่ถูกตรงตามธรรม ส่องดูชีวิตของตัวเอง จะเห็นว่า วาระสุดท้ายของชีวิตย่อมเวียนบรรจบ แต่ชีวิตของชาวกัลยาณธรรมมิได้สูญเปล่าดังเช่นคนทั่วไป ที่นำพาชีวิตไหลตามกระแสกิเลส เป็นการเวียนบรรจบที่มากด้วยคุณค่า เพราะชาวกัลยาณธรรมไม่ท้อแท้ในการทำความดีให้กับชีวิต และยิ่งเป็นความดีสูงสุดที่บุคคลผู้มาเกิดอยู่ในห้วงเวลานี้ทำได้ยาก      
ดังนั้นปีใหม่ที่จะเวียนมาถึงนี้ ขออวยพรให้ชาวกัลยาณธรรมทุกคน จงมีสติสัมปชัญญะถูกตรงตามธรรม ส่องนำพาชีวิตไปสู่ความสวัสดี มีความอุตสาหะในการทำความดี มีความอดทนต่อการทำความดี และผลแห่งความดีจงอำนวยประโยชน์ให้กับชีวิต ในห้วงเวลาที่จะเวียนมาถึงข้างหน้า จงทุกท่านทุกคน เทอญ.
พรปีใหม่จาก อาจารย์ ดร.สนอง วรอุไร