มีครูด้วยเป็นจำนวนมากที่ดูถูกดูแคลนครูด้วยกันเอง
ครูในโรงเรียนอาจารย์เป็นวิทยากรหรือบรรยายอะไรจะมีครูในโรงเรียนฟังอย่างสนใจสักเท่าไร
แม้แต่การไปอบรม ประชุม ลงชื่อแล้วก็เร้นกายหายหน้าไปก้มีเยอะแยะไม่ใช่หรือครับ
ทำผลงานก็จ้าง
โรงเรียนที่มี คศ. ๓ คศ. ๔ เยอะๆ นักเรียนอ่านออกเขียนได้ คิดเลขคล่องเพิ่มขึ้นไหมครับ
นักเรียนเป้นคนดีเพิ่มขึ้นไหมครับ
นักเรียน.....
ครูกับงานวิจัย เป็นอะไรที่เกือบจะเรียกได้ว่า อยู่คนละขั้วกันมิใช่หรือครับ เป็นยาขมหม้อใหญ่กันเลยแหละครับ
ครูสอนอยู่โรงเรียนเป็นตั้งแต่ภารโรง เสมียน นักสงคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา......นัก...นัก..ชั่วโมงสอน
อาจารย์มหาวิทยาลัย ชั่วโมงสอนเท่าไรครับ ไม่ต้องเป็นภารโรงครับ ห้องพักมีคนทำความสะอาด เก็บ เช็ด
มีเสมียนพิมพ์งานให้
มันต่างกันมากครับ
มันมีช่องว่างมากครับทั้งระหว่างครูด้วยกันเอง ครูกับอาจารย์มหา'ลัย
ผมไม่ปฏิเสธว่างานวิจัยมีความจำเป็น งานวิจัยมันอยู่ในวิถีชีวิตของทุกคนครับ มันขึ้นอยู่กับว่าใครจะระลึกได้ว่าสิ่งที่ตนทำมันเป็นกระบวนการของการวิจัยหรือเปล่า สังคมไทยปฏิเสธอะไรที่ดีๆ แล้วเลือกเอาความสะดวกสบายเฉพาะหน้า(ซึ่งมันไม่ค่อยจะดีนัก-ความมักง่าย) แล้วก็ยึดถือปฏิบัติเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตจนเกิดความเคยชินก็มากมาย
ส่วนตัวผมขอยืนยันว่า "งานวิจัยเป็นกิจกรรมหนึ่งที่อยู่ในวิถีชิวิตของทุกคนทุกวัยและทุกอาชีพครับ"
เช่นเดียวกันครับอาจารย์ ผมขอบคุณอาจารย์ที่อย่างน้อยอาจารย์ก็เป็นตัวอย่างของครู นักวิจัย นักวิชาการ ขอบคุณ Go to know ขอบคุณเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผมได้มีโอกาสอ่านงานที่อาจารย์เขียน ขอบคุณมากครับ