ปัจจัยตัวที่ 1 สำหรับการสิ้นเพลิงเชื้อเพลิงในการเผาศพ
1. ความต่อเนื่องในการใช้เตา
จากเดิมที่เคยกล่าวถึงเรื่องระบบการเผาศพแบบปลอดมลพิษ ในส่วนของห้องเผาที่ 2 หรือห้องเผาควันซึ่งจะต้องมีอัตราการกักเก็บซ้ำเพื่อเผาควันอย่างน้อย 1 วินาทีนั้น
ในทางปฏิบัติ การที่จะทำให้เตาเผาศพทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบได้ อุณภูมิความร้อนสะสมภายในห้องเผาควัน (Chamber 2) จะต้องอยู่ไม่ต่ำกว่า 350 องศาเซลเซียส
ด้วยเหตุนี้ ถ้าหากเป็นเตาใหม่ หรือเตาที่ไม่ถูกใช้มาเป็นเวลานานกว่า 48 ชั่วโมง (ตามหลักการการคลายความร้อนของอิฐทนไฟเมื่อถูกใช้ครั้งหนึ่ง ๆ แล้วนั้น จะอยู่ที่ประมาณ 48 ชั่วโมง)
เมื่อระยะเวลาการใช้เตาแต่ละครั้งเกินกว่า 48 ชั่วโมง ก็แสดงว่า เราจะต้องเริ่มสตาร์ทการทำอุณหภูมิจากอุณหภูมิปกติ (อุณหภูมิห้อง) ทุกครั้ง ซึ่งโดยปกติจะอยู่ที่ 25-30 องศาเซลเซียส
การเริ่มสตาร์ทจากอุณหภูมิห้องเมื่อสร้างอุณหภูมิสะสมในห้องเผาควันให้เกินกว่า 350 องศาเซลเซียส ทำได้ 2 วิธี หลัก ๆ คือ
1. ผู้ควบคุมเตา จะทำการจุดหัวเผา (Burner) ทั้งในห้องเผาศพและในห้องเผาควัน ก่อนที่จะใส่โลงศพเข้ามา เพื่อระบายความชื้นภายในเตารวมถึงสร้างอุณหภูมิมวลรวมของอิฐทนไฟให้สูงขึ้น ซึ่งในขั้นตอนนี้ จะใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ซึ่งจะใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 5-10 ลิตร
แต่ถ้าระยะเวลาการจุดหัวเผาเพื่อระบายความชื้นและสร้างอุณหภูมิมีความห่างจากการเผาจริงเกินกว่า 2 ชั่วโมง ก็แทบจะไม่มีประโยชน์ในการเผาจริงเลย เพราะความร้อนสะสมจะถูกระบายทางปล่องลมออกไปเกือบหมด
2. เมื่อใส่ศพเข้าไปในห้องเผาศพแล้ว ผู้ควบคุมเตาทำการจุดหัวเผาในห้องที่ 2 เพื่อสร้างอุณหภูมิให้ได้ 350 องศาเซลเซียส
ระบบนี้จะทำความร้อนได้ช้ากว่าแบบแรก เพราะไม่มีความร้อนจากห้องเผาหลักขึ้นมาช่วย ในบางเตาอาจจะใช้เวลาถึง 30 นาที หลังจากใส่ศพเข้าไปแล้ว
ซึ่งนั่นหมายความว่า ญาติ ๆ ที่คิดว่าเผาใส่เข้าไปครึ่งชั่วโมงนั้นน่าจะถูกเผาไฟบ้างแล้ว แต่แท้ที่จริงยังไม่มีการจุดหัวเผาในห้องเผาหลักเลย
เพราะถ้าหัวเผาหลักถูกจุดในขณะที่ความร้อนสะสมในห้องเผาควันยังไม่ถึง 350 องศานั้น จะได้เห็นควันขโมง (มลพิษ) ออกทางปากปล่องอย่างแน่นอน ซึ่งนั่นก็จะเกิดคำถามตามมาว่า นี่หรือคือเตาเผาศพปลอดมลพิษ
ดังนั้น ค่าใช้จ่ายในการเผาศพที่เป็นศพแรกกับการเผาที่มีระยะห่างกันเกินกว่า 48 ชั่วโมง หรือเรียกง่าย ๆ ว่าถ้าเตาเย็นแล้วก็ต้องมาสตาร์ทกันใหม่นั้นจึงใกล้เคียงกัน
แต่ทว่า บางฌาปนสถาน อาจจะมีค่าใช้จ่ายในการเผาสำหรับศพแรกเพิ่มมากขึ้นจริง ๆ เนื่องจากก่อนการเผานั้นจะมีการลองระบบกันหลายครั้ง ทั้งการส่งมอบเตาและการลองระบบต่าง ๆ ของผู้ที่ควบคุมเตา
จากข้อมูลที่เคยได้ยินสำหรับการแนะนำระหว่างบริษัทผู้ขายกับผู้ซื้อนั้น ผู้ขายจะแนะนำให้ผู้ซื้อ (วัดหรือฌาปนสถาน) บอกกับญาติ ๆ ว่าต้องใช้น้ำมัน 60 ลิตร เผื่อเหลือ เผื่อขาด