เมื่อสักครู่ข้าพเจ้าได้รับการติดต่อจากกรรมการวัดแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ว่าต้องการให้บริษัทที่ขายเตาเผาศพปลอดมลพิษทางกรุงเทพฯ เสนอราคามาให้ทางวัดหน่อย เพราะจำได้ว่าบริษัทนี้ขายเสนอราคาเตาเผาศพปลอดมลพิษแบบใช้น้ำมันดีเซลระบบ 5 หัวเผา (เผาศพ 4 หัว และเผาควัน 1 หัว) ในราคา 1 ล้าน 5 แสนบาท

กรรมการวัดเล่าให้ฟังว่า ทางหน่วยงานท้องถิ่นเมื่อทราบข่าวเรื่องที่ทางวัดจะดำเนินการสร้างเมรุฯ และมีโครงการที่จะซื้อเตาเผาศพ ก็ได้จูงมือบริษัทอีกบริษัทหนึ่งในพื้นที่ ได้เสนอกับทางวัดว่าจะดึง "งบฉุกเฉิน" มาช่วย ซึ่งงบประมาณจะอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาท

 

ราคาสามล้านบาทนี้น่าตกใจไหม...?

ก็ไม่เท่าไหร่ เมื่อเทียบกับข้อมูลก่อนที่เคยทราบว่ามีการเสนอโครงการปรับเปลี่ยนเตาเผาศพทั้งจังหวัดในราคาเตาละ 3.2 ล้านบาท (งบประมาณโดยรวมทั้งจังหวัดประมาณหนึ่งร้อยเจ็ดล้านบาท) ซึ่งเจ้าของบริษัทที่ขายเตาเผาศพกระซิบให้ฟังว่า เขาได้เงินจริง ๆ แค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น....! (ประมาณ 1.5 ล้านบาทต่อเตา หรือทั้งหมดก็ได้ประมาณ 50 ล้าน)

ธุรกิจเตาเผาศพ เป็นธุรกิจที่หากินกับผี ในปัจจุบันที่สังคมกำลังสนใจเรื่องของมลพิษและสิ่งแวดล้อม เป็นเหตุปัจจัยให้ทั้งบริษัทเอกชนและหน่วยงานราชการมีช่องที่จะหากินกับเรื่องนี้มากขึ้น

อีกตัวอย่างหนึ่งขององค์กรส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดปริมณฑล ก็มีการให้งบประมาณอุดหนุนวัดในเขตจังหวัดนั้นที่จะปรับปรุงเตาเผาศพปลอดมลพิษเช่นเดียวกัน ซึ่งหน่วยงานราชการจะอนุมัติวงเงินสำหรับเตาเผาศพระบบน้ำมันดีเซล เตาละ 1.5 ล้านบาท ซึ่งบริษัทขายเตาจะได้รับ 1.1 ล้าน อีก 4 แสนนั้น หน่วยงานราชการจะทำเรื่องมอบให้วัด 1 แสนบาท ที่เหลืออีก 3 แสนก็ไปที่ชอบที่ชอบ...

คิดแล้วเป็นสิ่งที่น่าอดสูใจยิ่งสำหรับคนที่มุ่งจะหาผลประโยชน์กับ "ผี..."