คุณมีบุญ จากรักบ้านเกิด
ฟางข้าวมีโยชน์หลายสถาน แต่ต้องลงคนละไม้คนละมือ ครับ
ราชการส่วนใหญ่ ไม่ค่อยส่งเสริม เครื่องไม้เครืองมือ ครับ ให้แต่ตำรา มันก็เลยยากในขั้นตอนการปฏิบัติ จริง
คงต้องช่วยกันคิด ออกมาในรูปแบบของกลุ่มเกษตรกร รวมพื้นที่ ให้ได้ซัก
1,000 ไร่
คนซัก 50 คน เฉลี่ยคนละ 20 ไร่
ใช้ปัจจัยการผลิตร่วมกัน หรือหมุนเวียนรับจ้างอัดฟางในกลุ่ม
คนที่พร้อม ออกเครืองมือ คนที่เหลือ ช่วยเหลือเอาแรงกัน
1,000 ไร่ ได้ฟางข้าว =1,000*30=30,000 ก้อน
เป็นเงิน =30,000*20 บาท =600,000 บาทครับ
หรือจะอัดฟางไว้เก็บ เก็งกำไรขายช่วงหน้าฝน ก้อนละ 30-35 บาท เงินก็จะเพิ่มขึ้นอีก 300,000-450,000 บาท รวมๆ รายได้เฉลี่ย ไร่ละ 1,000 บาท จากฟางข้าวอัดก้อน ครับ
ต้องรวมกลุ่ม share cost +utiliization เครืองมือ +สร้างอำนาจต่อรองกับตลาด ครับ
และต้องใจเย็นพอ ที่จะรอความสำเร็จร่วมกัน
คุณบ้านไร่ไรวา: สำหรับพื้นที่นาปี แนะนำให้เอาฟางไว้ในนาหลังการเก็บเกียว เพื่อคลุมหน้าดิน และปลูกถั่วต่อครับ
แต่ถ้าเป็นนาเขตภาคกลาง และเหนือล่าง ทำนา 2 ปี 5 ครั้ง แนะนำให้เอาฟางข้าว ออกจากนา แทนการหมักฟางข้าวในนา ครับ
เหลือไว้แต่ตอฟางข้าวในนา
ถามว่าทำไม :
1.ปริมาณฟางข้าวมากเกินไป : ใช้กระบวนการหมักในนานา ทำให้เกิดก๊าซมีเทน ปล่อยก๊าซ สู่บรรยากาศ ทำให้ โลกร้อน
2.กรณีใช้ เครืองจักรเตรียมดิน ทำเทือก ทำให้ใช้พลังงานสิ้นเปลือง เนื่องจากมีอุปสรรคในการทำงานเพิ่มขึ้น
3.กรณีปักดำ ถ้าหมักฟางไว้ในนา แล้วยังไม่หมดแก๊ส จะทำให้ต้นกล้า เมาฟางข้าว ต้นเหลือง เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตครับ ต้องเสียปุ๋ยโดยไม่จำเป็นอีก
4.ทิ้งฟางหมักไว้ในนา ทำให้ดินเป็นเลนมากขึ้น นาหล่มมากขึ้น ทำงานในนายากขึ้น
5.การย้ายฟางข้าวขึ้นมาหมักนอกเเปลงนา ทำให้สามารถปรุงแต่งความสมบูรณ์ของ ฟางหมัก ได้ให้มีความสมบูรณ์ของธาตุอาหารเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นขึ้หมู ขี้วัว ขี้ไก่ ใส่จุลินทรีย์ + เร่งปฏิกิริยาการหมักได้ ด้วยการควบคุม ภายนอกได้ครับ กระบวนการหมักเสร็จสิ้น
ค่อยนำกลับไปปรับปรุงบำรุงพื้นที่นา ต่อ ครับ
รับรองเเจ่ม ......
ข้อมูลเพิ่มเติมจะ update ให้ทราบคราวต่อไป เอาไปเป็นน้ำจิ้มก่อนครับ