๑.๑ โครงการหลวง

พ.ศ.๒๕๑๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวง ทรงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขา ลดการปลูกพืชเสพติด และพื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำลำธาร การดำเนินงานตามแนวพระราชดำริประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ปัจจุบันการปลูกฝิ่นหมดไปจากพื้นที่โครงการหลวงและพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ โครงการหลวงได้ดำเนินกงานวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผลของการวิจัยดังกล่าวนำไปถ่ายทอดแก่ชาวเขาในพื้นที่โครงการหลวงทั้งหมด ๓๘ แห่ง ในพื้นที่ ๕ จังหวัดภาคเหนือตอนบน ซึ่งมีประชากร ๒๖,๒๒๓ ครัวเรือน จำนวน ๑๓๔,๓๙๙ คน จนมีรายได้เฉลี่ย ๖๘,๕๙๖ บาท่อครัวเรือน ( พ.ศ.๒๕๔๘ ) ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่โครงการหลวงมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับชาวเขาในพื้นที่สูงส่วนใหญ่ นอกจากนี้ โครงการหลวงยังได้ร่วมกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำระบบการอนุรักษ์ดินและน้ำ รวมทั้งกระตุ้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธารอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

อย่างไรก็ตามปัจจุบัน พื้นที่สูงส่วนใหญ่ของประเทศที่ครอบคลุมพื้นที่ ๖๗.๒๒ ล้านไร่ ใน ๒๐ จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำพูน แพร่ น่าน ลำปาง ตาก เพชรบูรณ์ พิษณุโลก เลย สุโขทัย กำแพงเพชร กาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และเพชรบุรี ซึ่งมีประชากรถึง ๑,๒๐๓,๑๔๙ คน ( พ.ศ.๒๕๔๕ ) ส่วนใหญ่เป็นชาวเขาที่มีสภาพยากจน มีรายได้เฉลี่ยปีละเพียง ๓๑,๑๒๖ บาทต่อครัวเรือนต่อปี ( รายได้เฉลี่ยของเกษตรกรพื้นที่สูงภาคเหนือตอนบน ๙ จังหวัด พ.ศ.๒๕๔๗ ) มีพฤติกรรมการเกษตรที่ต้องบุกรุกทำลายป่าเพื่อหาที่ทำกินใหม่ เนื่องจากพื้นที่การเกษตรเดิมเสื่อมความอุดมสมบูรณ์ ผลผลิตต่ำ และมีการปลูกพืชโดยใช้สารเคมีการเกษตรปริมาณมาก ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและกำลังสร้างปัญหาต่อทั้งสุขภาพของเกษตรกรเอง ผู้บริโภค และสร้างปัญหาความขัดแย้งของชุมชนระหว่างพื้นที่ต้นน้ำและปลายน้ำ รวมทั้งความขัดแย้งระหว่างรัฐกับชุมชนในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ