- สถาบันการศึกษากล่าวเสมอว่า "เพื่อท้องถิ่น"
- ผมชอบคำนี้ แต่ไม่ค่อยทำอะไรเพื่อชุมชนมากนัก หรือ ทำ แต่น้อย น้อยเกินไปด้วย
- ในวงการพัฒนาเรากล่าวกันเสมอว่า ในช่วงชีวิตการเรียนหนังสือนั้น ตีซะประมาณ 23 ปี ชีวิตนักศึกษาในช่วงระยะเวลาดังกล่าวนี้ เราเรียกว่า "เบ้าหลอม" ซึ่งหล่อหลอมให้คนเป็นคน หากเป็นเบ้าหลอมตุ๊กตาก็จะได้ตุ๊กตาที่หน้าเหมือนพิมพ์ แต่ระบบการศึกษาเขาหลอมคน หลอมความคิด คน ซึ่งเราคาดหวังว่าหลอมให้มีสำนึกต่อสังคม ให้มีความสามารถในการไปรับใช้สังคมประเทศชาติ สร้างสรรค์สังคม มีคุณธรรม ในทุกสาขาวิชา ต้องลงเอยที่ "เพื่อสังคม เพื่อประเทศชาติ มีคุณธรรม"
- หากพิจารณาดูว่าสังคมส่วนใหญ่ของประเทศเราคือภูมิภาคที่เป็นชนบท สารพัดรูปแบบ หลากหลายกลุ่ม ประเภท ล้วนต้องการให้มีผู้รู้ผู้ศึกษาเข้าไปเข้าใจ และหาทางชี้แนะร่วมแก้ไขให้สภาพต่างๆดีขึ้น ดังนั้นการศึกษาทุกสาขาวิชาทุกชั้นปี ต้องออกสู่ชนบท ไปเรียนรู้เขา ไปเข้าใจเขา ซึมซับเขา ทุกสาขาวิชาไปเรียนรู้มุมมองจากชนบทบ้างซี
- สถาบันการศึกษาทำด้านนี้น้อยเกินไป มิใยเด็กจบออกมาจึงมุ่งหน้าเข้าเมืองลูกเดียว งานชนบททำไม่เป็นทั้งๆที่ ชนบทคือเหง้าของเขาเหล่านั้น
- ผมละอ่อนเพลียเวลารับเด็กเข้าทำงาน ต่างก็อ้าง "ผมเป็นคนชนบท" แต่ไม่เข้าใจชนบทเล้ยย เขาเหล่านั้นเข้าใจอะไรก็ไม่รู้..
- เป็นเรื่องที่ดีมากก ที่อาศรมเป็นเบ้าหลอมให้กับนักศึกษาเหล่านี้ ทำเถอะครับ ทำมากๆ และต้องช่วยผลักดันให้สถาบันการศึกษาเอาทุกสาขาวิชา ทุกชั้นปีลงชนบท
- ท่านครูบาทำหน้าที่เป็นช่างเชื่อมครับ คือเชื่อมคนในสังคมเมือง เรียนรู้เมือง เบ้าหลอมคือเมืองให้เชื่อมเข้ากับชนบท ชาวบ้าน ทุกอย่างที่ชาวบ้านทำ กิน อยู่ คิด ฯลฯ
- อาศรมแห่งนี้เป็นโรงเชื่อมครับ
- แค่นี้ผมก็สาธุ
- หากนักการศึกษามาประเมินโรงเชื่อมแห่งนี้ เขาเหล่านั้นก็จะตีตารางออกมาเอาคะแนนใส่เข้าไปแล้วก็สรุปออกมาเป็นคำพูด ภาษาที่ไม่เข้าใจเท่าไหร่
- แต่หากพระเดชพระคุณท่านปัญญานันทะภิกขุ มาประเมิน ท่านอาจจะเปร่งวาจาว่า ผลการประเมินออกมาพบว่า "ท่านครูบาทำกุศลครั้งยิ่งใหญ่ เพราะนี่คือการสร้างคนให้เป็นคน"
- สาธุครับท่านครับ