ดิฉัน เป็น หนึ่งของสาวไทยที่ตัดสินใจเลือกที่จะ สละชีวิตโสด และสร้างครอบครัวของดิฉันกับชาวต่างชาติค่ะ เหตุผลต่างๆของหลายๆคนก็อาจจะแตกต่างกันออกไป ดิฉันไม่โต้แย้งหรอกค่ะว่า มีบางคนส่วนหนึ่งซึ่ง ตรงนี้อาจจะไม่มาก และไม่น้อย ที่มีพฤติกรรมและแนวความคิดเฉกเช่นดังที่ท่านกล่าวอ้างข้างต้น ตรงนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทย และผู้หญิงไทยส่วนรวม ถูกมองว่าต้องการยกระดับฐานะ ความเป็นอยู่ ของตนเองให้สบายขึ้น อีกทั้งยังถูกเหมารวม จากชาวต่างชาติบางคนเท่านั้นค่ะ ..ชาวต่างชาติหลายๆคน รักคนไทย รักประเทศไทย รักอาหารไทย รักรอยยิ้ม และความมีน้ำใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ค่ะ ยังมีหลายคนที่มิได้มองเพียงเมืองsexเท่านั้น ก็คงจะมีชาวต่างชาตื ที่ชราจนเกือบจะแง้มฝาโลงไม่ไหวแล้ว ที่ยังคงชอบหาความบรรเทิงเริงรม จากสถานที่เที่ยมยามราตรี ตามแหล่งต่างๆ ที่เรารู้กันอยู่ค่ะ

นี่คือหนึ่งเสียง ตัวแทนจากความเห็นต่างว่า ทำไม .. ทำไมเราหญิงไทย จึงเลือกที่จะแต่งงาน อยู่กิน สร้างรัง นั้นก็คือการมีเหย้ามีเรือน ออกจากบ้านเกิดเมืองนอนไปอยู่กะสามี ในเมืองซึ่งแตต่างกันอย่างสิ้นเชิงในหลายๆด้านด้วยกัน หลายคนอาจมองว่า นั่นคือความสุขสบาย แต่ปล่าวค่ะ ไม่ใช่มั้งหมดเลยซะทีเดียว .. ผู้หญิงไทยหลายต่อหลายคน ไม่สามารถรับได้ หรือทนต่อพฤติกรรม ค่านิยม ของผ้ชายไทยส่วนมาก ที่นิยมมี กิ๊ก หรือ ภรรยาน้อย ภรรยาเก็บ อย่าเพียงแต่กล่าวถึงผูหญิงที่ไม่ได้แต่งงานกับชาวต่างชาติเลยค่ะ เอาง่ายๆ เอาที่แต่งงานกับคนไทยด้วยกันนี้หละค่ะ ปัจจุบัน จะเห็นว่าอัตราการหย่าร้างค่อนข้างเพิ่มขึ้นอย่างน่าใจหาย เพราะอะไร เพราะสังคม ค่านิยม ที่ปลูกฝังกันมา ว่าผู้หญิงต้องเป็นช้างเท้าหลัง ตรงนี้เรายอมรับได้ แต่การที่เรายอมเป็นช้างเท้าหลัง ไม่ได้หมายความว่าคุณผู้ชายไทยสามารถทำอะไรก็ได้ แล้วเราจะต้องอมพนำ หวานอมขมกลืน อดทน เลี้ยงลูก เป็นแม่เรือนเฝ้าบ้าน นะคะ ปัจจุบันชายไทยส่วนหนึ่งความรับผิดชอบ เริ่งถดถอย บทบาทหน้าที่ของสามีหรือแสำหรับคู่ที่ยังไม่ได้แต่งงานกัน ที่เราเรียกว่า แฟนนั้น ได้บกพร่อง อีกทั้งยังได้ส่อพฤติกรรม ที่มาจากสัญชาติญาณดิบ โดยปราศจากความยับยั้งชั่งใจ หลายต่อหลายคนค่ะ ยอมที่จะทนอยู่ ทั้งๆที่ รู้ทั้งรู้ว่าสามีไปมีคนอื่นความใส่ใจในบทบาทหน้าที่รวมทั้งความรับผิดชอบน้อยลง มิหนำซ้ำบางราย เอะอะ ก็เฮฮาปาตี้ ออกไปร่ำๆ ดื่มสุรากะเพื่อน บ้างก็อ้างเพื่อสังคมบ้าง แต่ผู้ชายไทยส่วนมากไม่รู้จักคำว่าพอค่ะ เพราะไม่เช่นนั้นสถาณเริงรมย์ ต่างๆไม่แตก ขยายกิ่งก้านสาขา ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดได้หรอกค่ะ แถมยังไม่เห็นมีการควบคุม กวดขัน จริงจังเลย เป็นที่รู้กัน ไอ้ท่เปิดไฟเหมือนไฟดักแมลง สีสันหลากหลายนั้น และใช้คำว่า อาบอบนวด ซึ่งเราก็รู้ว่ามันหมายถึงอะไร

ทีนี้pointมันก็คือ ทั้งผู้หญิง และผู้ชาย ต่างก็พอกัน แต่สำหรับคนที่เลือตัดสินใจแต่งงานกับชาวต่างชาตินั้น มีหลายประการค่ะ ดิฉันหนึ่งคน เคยมีแฟนเป็นผู้ชายไทย ไม่เคยมีความคิดจะส่งออกตัวเองเพื่อgo interไม่เคยมีความคิดค่ะ แต่แล้ววันนึง ดิฉันก็ได้ทราบมาว่าแฟนของดิฉันแอบมีสัมพันธ์อันลึกซึ้งถึงขั้นหลับนอนกลับผู้หญิงอื่น และเหตุผลที่ใช้ในการหลอกล่อเหยื่อมันมีpatternค่ะ ไม่ต่างมากมายหรอก บ้างก็อ้างห่างกันไปแล้ว เลิกกันแล้ว ผู็ญไมาสนใจตนเอง ขาดความอบอุ่นบ้างหละ เผอิญดิฉันมีโอกาสได้คุยกับผู้ญคนดังกล่าว และดิฉันก็หวังว่าหลังจากที่เค้าได้ทราบว่าดิฉันรู้เรื่อง ในตอนแรก ก็มีทีท่าว่าถอยออกมาจากผู้ญคนนั้นแล้ว เราก็ให้อภัย หวังว่าคงพลั้งไปบ้าง แต่คนเราไม่ควรให้อภัยเกิน2ครั้ง .. แต่ปล่าวค่ะ กลับหาอุบายแยบยลกว่าเดิม เพื่อหลอกเรา หาว่าเราทำไมไม่อยู่นิ่งๆ ถามหน่อยหากตรงกันข้าม ถ้าดิฉันมีคนอื่น เค้าจะนิ่งได้ไม๊ .. ไม่ต้องตอบก็รูอยู่เต็มอก ผู้ชายไทยเราไม่ยอมเสียหน้าอยู่แล้ว

ส่วนผูหญิงคนนั้นก็ไม่ใช่ดี มีปฟนเป็นตัวตนอยู่แล้วเพียงแต่แฟนของเค้าไปเรียนที่อเมริกา แค่ได้ขาดการติดต่อกันไม่ จนปัจจุบันผู้ชายที่เป็นแฟนผู้ญดังกล่าวกลายมาเป็นเพื่อนของดิฉัน และเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย ตลอดเวลาที่อยู่ที่อเมริกา เพราะ ผู้ญคนนั้นได้โกหกแอบอ้างหลายสิ่ง ส่วนทางผู้ชายก็รักมาก ประคบประคองตามใจ ไม่เคยล่วงเกินผู้ญคนนั้นเลย ซึ่ง้ค่้ารอว่าเมื่อเค้าจบจะกลับมาขอเธอแต่งงาน สรุปคน2คนนั้น สร้างความเสียใจ ทำร้ายหัวใจของตนอื่นโดยปราศจากจิตสำนึกและคุณธรรม ตลอดเวลาที่ดิฉันพยายามอโหสิกรรม เป็นทุกข์ถึงกับหาทางสงบจิตใจไปปฎิบัติธรรมแล้ว แต่ผู้ชายคนนั้น กลับไม่ลดละ คือเค้าต้องการคบทั้ง2คน มันวนเวียน คาราคาซังเกือบ2ปี แต่ดิฉันได้เลิกกับเขาไปแล้ว แต่ยังมีที่เค้าแวะซื้อขนม โทรมาหา มาเยี่ยมบ้าง จนใจดิฉันมันเริ่มชา คงไม่ต้องบรรยายว่ามันรู้สึกแค่ไหนในครั้งแรกที่ทราบเรื่อง และไม่ช่เค้าคนเดียวนะคะ เป็นกับเพื่อนสนิทของเขาด้วย เรทั้งหมดทำงานที่เดียวกันค่ะ ดิฉันก็รู้เรื่องราวของผู้ชายอีกคนนึงที่เป็นเพื่อนเขาด้วย จนความรู้สึกของดิฉันขาดลง หมดลง อย่างสิ้นเชิงในด้าน ความรักแบบชู้สาวกับผู้ชายไทย ปัจจุบันดิฉันไม่เคยมอง ไม่เคยมรผู้ชายไทยในสายตาเลย ไม่อยากเอาชีวิต อยาคตตนเองมาเสี่ยง จะต้องมานั่งเสียใจ ตีอกชกตัว เราไม่ดียังไงเสียselfไปเลยค่ะ ไม่ใช่ว่าดิฉันหน้าตาขี้เหร่หรือนิสัยไม่ดีนะคะ แต่เค้าต่างหากที่ไม่รู้จักพอ จนกระทั่งดิฉันปล่อยให้เวลามันเยียวยา มีอินเตอร์เนท เห็นเพื่อน จากคนชอบสังคม กลายเป็นเก็บตัว มีความสุขกับโลกไซเบอร์ จนได้พบกับแฟนคนปัจุบัน จนกระทั่งกลายมาเป็นคู่หมั้นค่ะ เรารู้จัก คบกันมา3ปี แล้วค่ะ ทางครอบครัวเรารู้จักกันแล้ว แพลนที่เราจะแต่งงานคือมิถุนา ปี2511ค่ะ เค้าเป็นคนสวิสเซอร์แลนด์ ดิฉันได้ไปเยี่ยมครอบครัวของเต้า2ครั้งแล้ว และเค้ามก็พาพ่อแม่ น้องของเค้ามาทำความรู้จักกับครอบครัวดิฉัน มาดู฿ชีวิตของดิฉัน นั่นเป็นครั้งแรกที่พ่อแม่เค้าได้มาเอเซีย และเราก็พาท่านไปเดินเที่ยวพัทยา ท่านถึงกับช๊อค เพราะประเทศสวิส เท่าที่ดิฉันได้สัมผัสมา พวกเค้าเป็นคนที่มีมารยาท ครอบครัวแน่นแฟ้นคล้ายคนไทย ผู้เป็นแม่ไม่ได้ต่างกับผู้ญไทยเลย ในบทบาทหน้าที่ไม่ว่าจะ ซักรีด ทำกับข้าว ให้ลูกๆและปรนนิบัติสามี หลายครั้งเราจะเห็นฝรั่งหลายๆคู่ แทบทุกคู่ แก่ขนาดไหนยังจูงมือกันเดิน ดูแลกัน แต่ในสังคมไทย กะแค่หยุดซื้อโอเลี้ยงถุงเดียวยังไม่มีการรอกันเลย ..ตั้งแต่เรารู้จักกันมาเราคุยกันทุกว้น เห็นหน้ากันทุกวัน ออนไลน์ สมัยนี้การสื่อสารทันสมัย และแฟนดิฉันจะลาพักร้อนมาเยี่ยมหา ทุก3-4เดือน ที่เราได้เจอกัน โดยประมาณ 10-14วัน เป็นอย่างนี้เรื่อยมาจนปัจจุบัน เหตุผลที่เราแต่งงานกัน ไม่ใช่เพราะดิฉันต้องการ ยกระดับฐานะของตนเอง แต่มันเกิดด้วยความรัก ความเอื้ออาทร เห็นอกเห็นใจกัน เราอยู่ด้วยกันเราเข้าใจกัน ถึงจะต่างภาษาแต่บางตรั้งเราgetโดยที่ไม่ต้องอธิบายมากมาย ความไกล และความสม่ำเสมอ ทำให้เรามาผูกพันกัน จนปัจจุบัน และเราก็ตัดสินใจว่าเราไม่อยากอยู่ห่างกันอีกแล้ว การtreatของเค้าไม่ต้องพูดถึงค่ะ ความโรแมนติก เรารู้กันดีว่าฝรั่งเค้ามักให้เกียรติผู้ญ ที่เป็นเพศแม่เสมอค่ะ ไม่ว่าจะทำอะไรจะต้องช่วยกันออกความคิดเห็น และต้องเห็นด้วยกันทั้งสองฝ่าย ไม่มีความจำเป็นที่ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงนี่ ผู้ญ เอเซียที่ประเทศเต้าก็มี แต่มันเป็นวาสนา และพรหมลิขิตของเราทั้งคู่ค่ะ และดิฉันก็มีความสุขมาก และดิฉันดีใจและขอบคุณผู้ญคนนั้นมากค่ะที่มาพาผู้ชายคนไทยคนนั้นไปจากชีวิตดิฉัน เชื่อไม๊คะ เราทำงานที่เดียวกัน เค้าไม่หยุดค่ะ เวรกรรม ของเค้าสองคน ที่ต้องมาชดใช้ให้กัน ยังคงวนเวียนเหมือนเดิม ผู้ญ หาไว้ใจผู้ชายไม่ อยู่ด้วยความหวาดระแวง เพราะมันเคยมีประวัติศาสตร์ค่ะ ไม่ใช่แค่ดิฉันที่แต่งงานเพราะความรัก น้าสาว และผู้ญ ไทยที่ดิฉันรู้จักนั้น ต่างก็เจ็บปวด เจ็บช้ำน้ำใจมาจากผู้ชายไทยทั้งสิ้น และพวกเขาเหล่านั้นก็มีลูกๆน่ารัก ครอบครัวมีความสุข เมื่อผู้ชายตัดสินใจแต่งงานแล้ว นั่นคือความรับผิดชอบ คำว่าครอบครัวเกิดขึ้นมา การออกไปเฮฮาร่าเริงกับเพื่อนๆผู้ชายด้วยกัน 1ปีจะมีมากสุดเพียง2หน นอกนั้นเวลาทั้งหมดคือ งานและครอบครัวค่ะ กฎหมายของบ้านเค้าแรงค่ะ ถ้าเค้าไม่รัก ไม่มั่นใจ การแต่งงานจดทะเบียนจะไม่เกิดขึ้น เพราะนั่นหมายถึง หากต้องเลิกรากัน ฝ่ายหญิงคือคนได้เปรียบ ดังนั้นอยากจะบอกผู้ญ ไทยบางคนว่าอย่าเลยนะคะ ที่จะทำให้ภาพพจน์ของญ ไทยดีๆ ต้องเสียไป เพราะความละโมบโลภมากเลยค่ะ ถ้าแต่งเพราะรัก หรือดูแลกันไปตลอด นั่นคือสิ่งที่ดี แต่ถ้าแต่งเเล้วหวังกินน้ำบ่อหน้าหรือความผาสุก อย่าได้คิด เพราะฝรั่งเค้าไม่ใช้เงินแบบบ้านเราหรอกค่ะ ทั้งทีGDP รายได้ต่อคนโดยเฉลี่ยมากมายกว่าเราหลายเท่านัก แต่เค้ารู้จักใช้เงิน ไม่มานั่งฟุ้งเฟ้อขอมี i phone4 ถึงกับยอมเปนหนี้บัตรเครดิตหรอกค่ะ ไม่ได้สบายอย่างที่คิดว่าเค้าจะให้เงินคุณไปช๊อบปิ้ง ถ้าคุณทำแบบนั้นบ่อย เค้าคงส่งคุณกลับบ้านอ่ะค่ะ ดิฉันเลือกแต่งานอยู่กับเค้าเพราะ ไม่ทน และไม่เสี่ยงกับค่านิยมพฤติกรรม ของชายไทย และฝรั่งนั้น ดูแลให้เพียรติ เรา อบอุ่น กว่ากันเยอะค่ะ เงินไม่ใช่ประเด็น ความรัก ความเอาใจใส่๙ึ่งกันและกันต่างหากค่ะ ที่จะเป็นตัวชี้วัดค่าของผู้ญไทยเรา ท่สำคัญถ้าดฉันอยากรวย สบายทางลัด ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องไปถึงเมืองนอกเมืองยา เพราะดีกรีของดิฉันนั้น แต่งงานกับนักธุรกิจระดับหน้าของเมืองไทยก็ได้ ถ้าดิฉันต้องการ แต่ไม่ค่ะ ไม่ว่าจะรวยจน ยังไงก็ตาม มันคงไม่ต่างกันมากค่ะ ทุกหมู่เหล่า ทุกชาติ ย่อมมี ดีเลว ปะปนกันไป ไม่มีรูปแบบที่ตายตัวค่ะ แค่อยากบอกว่า ไม่ใช่แค่นั้นที่บางคนมองด้านเดียว มองอีกมุมผู้ชายไทยก็เป็นสาเหตุ มันมีวัฎจักรค่ะ -