สวัสดีครับพี่ธนู...
ผมอ่านเนื้อหาของพี่แล้ว มีความรู้สึกหลายอย่างปะปนกันครับ
แน่นอนว่าได้ยินข่าวนี้แล้ว ความไม่ชอบใจกระทั่งรู้สึกขัดเคือง
แต่ความเป็นจริงก็คือ กรุงเทพฯ ก็มีส่วนเป็นดังที่เขาว่าจริง ๆ
แม้มิใช่คนในวงการราตรี แต่ก็รู้กันดีว่าหากจะหาซื้อบริการทางเพศในกรุงเทพฯ จะไปหาได้ที่ได้ ซึ่งมีดาษดื่นเต็มไปหมด
มีทุกระดับตั้งแต่ราคาไม่กี่ร้อยไปจนกระทั่งหลักหมื่น
ตามที่สาธารณะเช่น ถ.เพชรบุรี วงเวียนใหญ่ กระทั่งสนามหลวง ก็ยังมีหญิงทั้งสาวและไม่สาวจำนวนมากทีเดียวที่ออกมาขายบริการ
นี่ยังไม่นับรวมไปถึงสถานบริการที่เรียกว่า "นวดแผนโบราณ" ที่ร้อยละเก้าสิบเป็นที่ค้าบริการทางเพศแบบแฝงทั้งนั้น
และอาจจะรวมคาราโอเกะ และร้านอาหารกึ่งคาราโอเกะ ด้วยเพียงแต่อาจไม่หนาแน่นเท่า
นอกจากนั้นยังมีแหล่งที่ขายบริการแบบโจ่งครึ่มอีก ทั้งโรงน้ำชา และอาบอบนวด ฯลฯ
ว่ากันว่าในกรุงเทพฯ มีแมงดาและแม่เล้าเกลื่อนไปหมด คนเหล่านี้สามารถหาหญิงสาวมาบริการลูกค้าได้ทุกระดับ ตั้งแต่เด็กมัธยมต้น เรื่อยไปจนถึงมหาวิทยาลัย รวมกระทั่งดารา-นางแบบ
ผมเองมิได้รังเกียจหญิงสาวเหล่านี้
เพราะพวกเธอก็ล้วนเป็นเหยื่อ เหยือของความรุนแรงทางโครงสร้างของสังคม ที่เหลื่อมล้ำและไร้ความยุติธรรมแบบสุดกู่ และเหยื่อของโลกาภิวัตน์
พวกเธอหลายคนเข้ามาสู่วงการ บางคนก็ต้องการเพียงเงินยังชีพ แต่บางคนก็หาเงินเพื่อพยุงตนเองมิให้ลงจากสถานภาพในสังคม
เรื่องนี้ซับซ้อนค่อนข้างมากครับ
พี่ครับ... ผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ คนนี้คิดเรื่องเหล่านี้ไม่ออกหรอกครับ
เขาไม่เคยรับรู้และสัมผัสเรื่องราวของคนชั้นล่าง คนยากคนจนเลย ดูกรณีเรื่องสนามหลวงนั่นปะไร
เขาเรียกคนว่า "คนจรจัด" เรียกหมาว่า "หมาเร่ร่อน"