- คุณหมอครับ ผมและครอบครัวกำลังก้าวเข้าสู่ critical ของประเด็นนี้ (อาจจะครับ) คือ คุณแม่อายุท่าน 97 นอนอยู่บนเตียงมา 8 ปีแล้ว เราต้องจ้างคนดูแล 2 คน กลางวันกับกลางคืน หน่วยความจำท่านดีมาก เพียงแต่ช่วยตัวเองไม่ได้ ขยับได้แต่แขน ยกขึ้นลงเท่านั้น ทุกอย่างต้องมีคนช่วย โชคดีที่ท่านพูดได้ สั่งได้
- มาปีนี้ทรุดลงมาก อาหารทานน้อย ถึงไม่ได้ทาน จำเป็นต้องให้ทางสายยาง ผิวหนังมีน้ำมาคั่ง บวมเป่ง หากกดแรงๆก็อาจจะแตกโพละออกมาได้ คุณหมอต้องทำการลดน้ำออกจากร่างกาย การพูดจาก็ไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว หลับมากขึ้น ท่านเป็นเบาหวานจึงต้องรักษามาตลอด
- เคยเข้า ICU มา 3 ครั้งแล้ว คุณหมอเก่งมากรักษาจนคืนสู่ปกติ ผมเองคิดเสมอว่าในภาสะใดบ้างที่เราไม่ควรให้คุณแม่ต้องทรมานอีกต่อไป โดยภาวะแวดล้อมแล้วญาติพี่น้องทุกคนโดยเฉพาะลูกสาวทุกคนก็อยากจะให้รักษาจนสุดท้ายจริงๆ มิใช่ทำ Euthanasia แต่ผมก็สองจิตสองใจเสมอมา เรื่องนี้ผมคิดมาในใจตลอดไม่ได้เปิดปากแลกเปลี่ยนกับพี่น้องคนใดนะครับ
- ความคิดสองด้านที่เกิดขึ้นคือ ทำไมต้องให้ท่านทรมาน แต่อีกด้านคือ ชีวิตแม้จะอยู่ในสภาพเช่นไรก็ต้องรักษาไว้จนถึงที่สุด โดยเหตุผลเท่าที่ผมประเมินจากการพูดจากันก็คือ ลูกผู้ชายเกือบทั้งหมดยอมรับสภาพได้ว่า ทำไมต้องให้คุณแม่ทรมานต่อไป แต่ลูกผู้หญิงส่วนใหญ่เช่นกันจะรู้สึกว่าไม่ว่าอย่างไรก็ต้องให้คุณแม่อยู่ให้นานที่สุด ไม่ว่าสภาพใดก็ตาม
- แน่นอนที่สุดครับตลอดเวลาในช่วงที่ท่านพูดได้ ท่านจะบอกเสมอว่าท่านยังไม่อยากจากไป เป็นห่วงหลานๆ คอยสอบถามอยู่เสมอ
- เป็นการยากครับที่จะตัดสินใจเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะชีวิตไม่ได้ขึ้นกับเจ้าของชีวิตเท่านั้น แต่ขึ้นกับลูกหลาน ญาติพี่น้องด้วย สังคมเป็นอย่างนั้น
- แต่ผมก็เชื่อว่าอาจจะมีบางครอบครัว คนไข้บางท่านที่ตัดสินใจเด็ดเดี่ยว และอาจจะสั่งไว้ก่อนก็ได้ ว่าหากมีอาการเช่นนั้นก็ขอให้ปล่อยชีวิตไปเถอะโดยการทำ Euthanasia
- หากถามตัวผมเอง วันนี้อาจจะตัดสินใจว่าทำได้ แต่เมื่อถึงวิกฤตินั้นจริงๆจะคิดอย่างไรไม่ทราบได้ครับ
- แต่ผมชอบศาสนาที่สอนให้คนเตรียมตัวตายก่อนตาย สอนให้ยิ้มสู่ความตาย สอนให้มีสติก่อนตาย และสอนให้ทำความดีสะสมกรรมดีเพื่อชีวิตหลังความตายครับ