ช่วงเช้าปู่สุวัฒน์ฯ โทรเชิญรับประทานอาหารมื้อค่ำ  ๖.๓๐ น.( ๑๒ ก.ย.๒๕๕๓ )ผมไปถึงช้ากว่ากำหนดราว ๒๐ นาที เพราะต้องทำหน้าที่ดูแลลูกชายไปตัดผมแล้วรับกลับ  ถึงที่นัดหมายได้พบปู่สุวัฒน์ฯ นั่งหัวโต๊ะ นพ.พิศิษฐ คุณสุเมษ คุณนรินทร์ พี่จ่า พี่พยอม กบ เก่ง ก้อย นพ.ชนินทร์ฯและคุณพ่อ

ปู่สุวัฒน์ฯ พูดใช้ไมค์เพื่อให้ผู้ร่วมโต๊ะอาหารราว ๒๐ คนได้รับรู้ความตั้งใจที่เชิญมาร่วมรับประทานอาหาร  ได้กล่าวถึงคุณฝนฯ หรือครูฝน เป็นคุณแม่ นพ.ชนินทร์ฯ ถึงแก่กรรมที่ รพ.แล้วเกือบมีเรื่องราว สื่อมาขอสัมภาษณ์ปู่สุวัฒน์ฯ ได้ขอร้องให้งดการเป็นข่าวและพยายามทำความเข้าใจในเหตุการณ์ที่คุณฝนต้องเสียชีวิต

ปู่สุวัฒน์ฯ  พูดว่า หากตั้งท่าเอาเรื่องราวกันในคราวนั้น เชื่อว่าคงจะไม่มีท่าทีใด ๆ ดีต่อกันกับ รพ.หรือสถานบริการสาธารณสุข ได้พยายามความเข้าใจใจมาโดยตลอดซึ่งไม่ง่ายเลยที่ สามีต้องมาสูญเสียภรรยา และลูกชาย ลูกสาวต้องมาสูญเสียมารดา  มาถึงวันนี้ลูกชายมาเป็นนายแพทย์อยู่ที่ รพ.น่าน สถานที่คุณแม่ของเขาเสียชีวิต

นพ.พิศิษฐ์ ได้ถูกกล่าวพาดพิงการช่วยเหลือเพื่อให้ทุนการศึกษาสบทบกับกัลยาณมิตรที่มาร่วมรับประทานอาหารมื้อค่ำ เช่น คุณฟ้า คุณหน่อง  คุณป้าผู้มีจิตเมตตาอยู่เหล่ากาชาดน่าน บรรยากาศอาหารมื้อค่ำราบรื่นด้วยดีก่อน ๒๐.๓๐ น.สิ่งที่ได้รับฟังมาทำให้ผมคิดถึงบันทึกนี้ถือโอกาสบันทึกเพิ่มเติมว่า  การสูญเสียวันนั้นหากคอยตั้งท่าหาเรื่องท้าทายกันอยู่  คงไม่ได้เห็น ไม่ได้ยินเรื่องราวดี ๆ ในการรับประทานอาหารมื้อค่ำวันนี้แน่ครับ : ๑๒ ก.ย.๒๕๕๓