หลักสูตรวอลดอร์ฟ วิชา Gardening จาก url http://parentschool.wordpress.com/2009/06/24

ฝากให้ศึกษาค่ะ

หลักสูตรชุดนี้แปลโดยกลุ่มพ่อแม่บ้านเรียนมัธยม ที่รวมกลุ่มกันจัดการศึกษาวอลดอร์ฟให้ลูกๆของตนเอง แปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ โดยบางวิชาอาจมีเนื้อหาครบทุกระดับชั้น บางวิชาอาจมีแค่บางช่วงชั้น เนื้อหาและการใช้ภาษารวมถึงคุณภาพในการแปลอาจไม่สมบูรณ์ ผมจะทยอยนำมาลงให้ทีละวิชา และถือเป็นเพียงแค่แนวทางหนึ่งเท่านั้น อาจจะมีหลักสูตรวอลดอร์ฟที่แตกต่างกันไปบ้าง หวังว่าน่าจะพอใช้ประโยชน์เพื่อเป็นแนวทางในการไปแสวงหาความรู้เพิ่มเติมต่อไป

Gardening

ชั้นเรียนที่ 6 – 10

กฎเกณฑ์โดยทั่วไป และ จุดหมาย

การทำสวนทำให้เด็กเข้าใจถึงธรรมชาติอันแท้จริงเพราะเขาจะได้รับประสบการณ์ผ่านการกระทำกิจกรรมจากการทำงานและสังเกตการณ์ ตามกาลเวลาที่ล่วงเลยมาเป็นปี ๆ รวมถึงการรายงานผลที่ได้ผ่านการเรียนรู้ การก่อร่างความรู้สึกไปในทิศทางเดียวกับความเป็นไปของธรรมชาติ ผ่านการทำงานร่วมกันในสวนของโรงเรียน เพื่อที่จะ สามารถเข้าถึงพื้นฐานศักยภาพของการพินิจพิจารณา และความรับผิดชอบ

บทเรียนของวิชาทำสวนสำหรับเด็กในวัยเล็กสามารถนำไปสู่ตัวตนที่แท้จริงของการศึกษา เด็ก ๆ จะเริ่มเรียนรู้ตระหนักถึงความเป็นตัวตนในแบบของปัจเจกบุคคลที่ประจักษ์ชัดขึ้นตั้งแต่แรกเริ่ม โดยตระหนักถึงสิ่งที่รบกวนในจิตใจ ที่ขาดซึงความสงบในใจ ถึงเวลาแล้วเมื่อเขาต้องการความช่วยเหลือจากมือที่มั่นคง เพื่อเปิดไปสู่หนทางตามกำลังความสามารถของพวกเขา ส่วนสำคัญอีกประการหนึ่งของความขะมักเขม้นทำงานในสวนกับธรรมชาติ และครูเองก็จะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญให้เด็กเห็นถึงขบวนการของขั้นตอนความซับช้อนของการทำงานกับธรรมชาติ

ทุกโรงเรียนอาจจะมีความเป็นได้ของงานทำสวนที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในแต่ละท้องถิ่น ขนาด ความหลากหลายของที่ทำสวนในโรงเรียนควรได้รับการดูแลจากบรรทัดฐานของแนวการศึกษาเป็นหลักในที่สุด

พื้นที่อำนวย และส่วนประกอบที่สำคัญดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ คือ

-บ้านในสวนมีพื้นที่สำหรับงานตามหลักวิชา งานปฏิบัติโดยเฉพาะในหน้าฝน ไปจนถึงหน้าหนาว

-โรงเก็บอุปกรณ์ ซึ่งต้องมีหลากหลายตาประเภทของเครื่องมือในการขุด กระถางเพาะชำ รวมถึงไม้สำหรับค้ำยันต้นที่ยังอ่อน เป็นต้น

-ที่เพาะต้นอ่อน สวนต้นไม้ที่ยังอ่อน ต้นไม้ ผลไม้พุ่ม พันธุ์ไม้ดอก รวมถึงหญ้าปูสนาม

-แปลงผักประจำปี สมุนไพร ไม้ดอก สำหรับเก็บเกี่ยว

-ที่สำหรับทำปุ๋ยหมัก

โปรแกรมการทำสวนสามารถทำต่อยอดไปจนที่สุดในช่วงการฝึกฝนงานกสิกรรมในชั้นเรียนที่ ๙ – ๑๐ หรือในช่วงของวิชาการป่าไม้ในชั้นเรียนที่ ๑๐

ความเห็น และ แก่นสารโดยทั่วไป

มาทำความรู้จักกับ และ รู้ถึงคุณค่าของความสามารถเรียนรู้จากการทำสวน การเรียนรู้นี้จะช่วยให้เด็กเคารพในความเชี่ยวชาญของผู้อื่น และยังเรียนรู้ถึงความเชี่อมั่นที่มีต่อตนเองแล้วแปรผันไปสู่การประเมินความสามารถที่เป็นไปได้ในตนได้ดีขึ้น

ความเก่าแก่ของโลก (รุ่นกระเตาะ) - การทำงานร่วมกับโลกจะช่วยได้มากมาย

การทำสวนทำให้ความเข้มข้นของความมั่นคงในช่วงที่ด้านร่างกาย และ จิตใจที่กำลังเปลี่ยนแปลง ความใส่ใจเต็มที่กับงานที่ทำให้แขนขามีพลังมากขึ้น คุณภาพในด้านจิตใจ เช่น ความเคารพ ความอดทน ความรู้สึกขอบคุณ

และ ความประหลาดใจที่ปลุกให้ตื่นขึ้น ด้วยการเล่าเรียนด้วยประสาทสัมผัสในความหมายของความคิดที่ไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์ มีผลที่จะเกิดขึ้นตามมาในด้านบวกเพื่อที่จะพัฒนาความสามารถของการเรียนรู้อย่างละเอียด ตลอดจนถึง ความสามารถที่จะคิดได้อย่างแจ่มแจ้ง

การวางพื้นฐานสำหรับการปฏิบัติในความหมายของความรับผิดชอบ

ทางที่ดีที่สุดเพื่อที่จะได้รับผลนี้โดยการให้เด็กได้ดูแลเอาใจใส่สัตว์เลี้ยง และก็ยังหมายรวมถึงประสบการณ์ตรงจากการได้ดูแลผืนดินเป็นเวลาหลายปี การปรับปรุงดิน เรียนรู้การทำปุ๋ย และการใช้ปุ๋ย หรือเมื่อเวลาที่เพาะพืชและดูแลรักษาเรือนเพาะชำต้นกล้า รวมถึงการเก็บเกี่ยวพืชผลตนเอง

ความกลมกลืน และ เงียบสงบ ที่พบผ่านการทำงานกับธรรมชาติ

การทำงานที่นำไปสู่ “ ความเหน็ดเหนื่อยเพื่อสุขภาพ ” ( โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในชั้นเรียนที่ ๘ – ๙ ) ความงดงามของสวน และ ความเกี่ยวเนื่องอย่างเป็นแบบแผนระหว่างสรรพสิ่งของธรรมชาติ ( ต้นไม้ ดิน สัตว์ อากาศ พระอาทิตย์ เป็นต้น รวมถึงเมื่อผ่านประสบการณ์กฎเกณฑ์ที่เที่ยงตรงของฤดูกาล สามารถนำไปสู่ความประสมกลมกลืนด้านจิตวิญญาณได้ในระยะยาว

ยังมีปัญหาทางการศึกษาบางลักษณะที่สามารถนำไปสู่ความรู้สึกแพร่กระจายของความสิ้นหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ของยุวชน อาทิ เช่น การเป็นผู้ทำลายล้างของธรรมชาติที่น่าขนลุก การขู่เข็ญที่มีให้เห็นอยู่ทั่วไปบ่อยครั้งที่ผ่านพ้นไปได้ และในช่วงอายุหนึ่งซึ่งเขาตั้งมั่นที่จะหันเหชีวิตไปสู่อนาคตที่ตั้งไว้ บ่อยครั้งที่เขาพบว่าถูกกระทำให้อ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปกับรากเหง้าของความรู้สึกละทิ้ง เหล่านี้น่าจะเยียวยาโดยผ่านความเป็นขั้นตอนของความใส่ใจดูแลสวนในโรงเรียน ในฟาร์ม หรือ ในช่วงปฏิบัติการงานป่าไม้ เด็กจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงผ่านสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสวน ฟาร์ม และป่า เพื่อกำหนดความต้องการโดยตรงถึงเด็ก และความสามารถเฉพาะตัวที่มีอยู่เหนี่ยวนำไปในทางสร้างสรรค์สู่ “ ชีวิตใหม่ ”ได้อย่างไร จากจุดนี้เองที่สาระของหลักสูตรสำหรับพวกเขาก็คือ ความต้องการที่จะช่วยเหลือ และ แบ่งปันความรับผิดชอบ ดังนั้นช่วงเวลาของ การฝึกฝนงานเกษตรกรรมจึงมีความสำคัญมากในช่วงเชื่อมต่อของชั้น ๙ หรือ ชั้น ๑๐

คำแนะนำของงานสำหรับกลุ่มอายุที่แตกต่างกันไปไม่มีเกณฑ์ที่ตายตัวนัก ขนาดของพื้นที่สวนในโรงเรียน สถานที่ตั้ง ลักษณะดิน อากาศ และส่วนประกอบทางภูมิศาสตร์ท้องถิ่นอื่นๆ คือ อำนาจชักจูงความสามารถในการที่เราจะทำสวนกับกลุ่มเด็กนักเรียนได้อย่างไร และ ความคิดเกี่ยวกับงานใหม่ ๆ ที่จะนำเข้ามาสู่การเรียนในชั้นที่แตกต่างก็คงเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ ให้เหมือนกับในชีวิตจริง ซึ่งจำเป็นมากสำหรับเด็กที่โตกว่าได้รับผิดชอบงานที่เขาเคยทำมาแล้วในตอนที่ยังเด็ก วนเวียนไปเป็นงานประจำของสวน เช่น การตัดถอนหญ้า ซึ่งเด็กสมควรที่จะได้รับการสอนถึงวิธีการทำ

สถานที่ซึ่งเหมาะสำหรับให้เด็กสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับงานป่าไม้ และงานไม้ ซึ่งก็ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องอาศัยอยู่ในชนบทเพื่อที่จะทำสิ่งนี้ แต่สวนสาธารณะในเมืองก็มีต้นไม้ใหญ่ รวมถึงต้นไม้เตี้ย ๆ ให้เลือกมากมาย

คำแนะนำงานที่เหมาะสำหรับชั้น ๖

เพื่อที่จะทราบ และ ปฏิบัติกิจกรรมพื้นฐาน ดังเช่น

การร่อนดิน และ การหมักปุ๋ย

การเตรียมที่สำหรับเพาะชำ

การขุดพรวนดินด้วยจอบ และ เสียม

การตัดหญ้าด้วยเคียว

การจัดช่อดอกไม้ หรือ พุ่มพืชสมุนไพร

การจัดเก็บหญ้าเป็นแผ่นตามขนาดที่เหมาะสม

พื้นที่งานไม้

การเก็บสะสมเมล็ดพันธุ์พืช และ เพาะเมล็ด

งานคัดเลือกพันธุ์ไม้และเพาะเมล็ด

ปุ๋ยหมักพิเศษ

คัดแยกเมล็ดพันธุ์

ในชั้นที่ ๗ อาจเพิ่มตังนี้

การเพาะพันธุ์เมล็ดพืชที่ต้องการ การดูแลเป็นพิเศษ คัดเลือกเมล็ดที่งอกแล้ว และ ปลูกในกระถาง

ทำ และ ขยายเชื้อปุ๋ยหมัก

ผสมเมล็ดพันธุ์พืช และ บรรจุในภาชนะใส่ปุ๋ย

เรียนรู้เกี่ยวกับการผสมของดิน และ การขุด

หาความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของธรณีวิทยาของดินที่อยู่ใต้ลงไปในสวน

ทำที่สำหรับเพาะต้นอ่อนใหม่ ในแนวของสวน โดยเครื่องเจาะ คราด

เก็บเกี่ยว ทำความสะอาดพืชผักให้พร้อมออกวางตลาด

ทำการตลาดพืชผักในสวน และ ทำบัญชี

เก็บเกี่ยวไม้พันธุ์อ่อน และ ต้นอ่อนของชา ตระเตรียมให้ถูกต้อง

ทำพวงหรีดตามเทศกาล

ทำฟางหญ้า และ พรมจากหญ้า

พื้นที่งานไม้

ปลูกต้นไม้

ถอนหญ้า และ บำรุงรักษา เมล็ด และหน่อของต้นไม้

ตัดเล็มต้นไม้ โดยการโค่น

งานที่ทำจากต้นไม้สด ทำเป็นรั้ว และ ที่แขวนอุปกรณ์

ในชั้น ๘ อาจรวมถึง

การทำสวน

งานทำสวนโดยทั่วไปที่ต้องการความชำนาญ อดทน และ ความแข็งแรงของร่างกาย

การตัดหญ้าด้วยที่ตัดหญ้ารูปโค้ง และ ทำหญ้าแห้ง

การซ่อมแซมเครื่องมือ และ อาคารต่าง ๆ

การผลิตอาหารจากผลิตผลที่ปลูก ( ผักดอง ผลไม้กวน เกลือสมุนไพร แยม – โดยการใช้ขี้ผึ้งถ้ามีการเก็บรังผึ้ง )

การเรียนเกี่ยวกับการเพาะต้นไม้ และเตรียมดินตามที่ต้องการ การปลูกต้นไม้หมุนเวียนแบบง่าย ๆ เป็นระยะ ๆ และ ข้อดี ข้อเสีย

พื้นที่งานไม้

ก่อตั้ง ดูแลรักษา และเก็บเกี่ยวพืชจำพวกสับสนุ่นสำหรับทำกระถางเพาะชำ

ตัดต้นเฮเซลนัททำฟืน

เผาถ่าน

ดัดแปลงลำไม้ ตัดปลายทำเก้าอี้ตอไม้ หรือ บันไดลิง

ในชั้น ๙ ซึ่งโดยปกติแล้วมีชั่วโมงหลักของวิชาการทำสวนที่ยาวนานขึ้น เด็กนักเรียนเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของสวนโดยกว้าง การทำทางเดินเท้า ขั้นบันได และ รั้ว สระน้ำ การนำน้ำมาหมุนเวียนใช้ในระบบรีไซเคิล

เทคนิคในการแพร่พันธุ์ทั้งในด้านทฤษฎีและปฏิบัติ

การดูแลไม้ผลพันธุ์พุ่ม ต้นไม้ยืนต้นให้ผล ไม้ประดับพันธุ์เล็ก และการเล็มกิ่ง

ในชั้นเรียนที่ ๑๐

เด็กได้เรียนรู้ถึงความพิศวงของการตอน และทาบกิ่ง (แนะนำโดยสไตน์เนอร์ ) ซึ่งเป็นหัวข้อที่จัดสรรการเรียนได้มากในด้านลึก การจัดเวลาในด้านอื่นให้น้อยลง ซึ่งขึ้นอยู่กับเวลาที่มีมากหรือน้อย

ในชั้นเรียนที่สูงขึ้นไป การศึกษาด้านสภาวะแวดล้อม และ ระบบนิเวศวิทยาจะเกี่ยวเนื่องกันในวิชาการทำสวน

ขึ้นอยู่กับแหล่งทรัพยากรที่มีในโรงเรียน ซึ่งมักจะอยู่ในลู่ทางของสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมตามความเป็นจริง และ แผนการทางภูมิทัศน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับวงจรชีวิตของต้นไม้ เมื่อได้ตระเตรียมท่อนไม้สำหรับช่างไม้ และ วิชาช่างไม้ การจัดการกับการอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ และ บ่อน้ำ สามารถทำได้ในอัตราส่วนที่เล็กลง ในที่นี้การสังเกตการณ์ทางวิทยาศาสตร์ มีส่วนสำคัญมาก สิ่งเหล่านี้สามารถนำไปสู่โครงการที่แยกย่อยออกไปในทางปฏิบัติ เช่น ด้านวิทยาศาสตร์ หรือ ศิลปะทางธรรมชาติ

ในส่วนที่จะกล่าวถึงต่อไป แนวทางเฉพาะของการปฏิบัติตามแบบฉบับของวอร์ดอฟท์ที่ได้อธิบายไว้แล้ว ดังนั้นเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า นวัตกรรม และ ความหลากหลายที่มีมากขึ้น เพื่อสนับสนุนแนวทางเช่นตัวอย่างที่จะกล่าวต่อไป

จุดประสงค์และใจความโดยทั่วไป

ขั้นตอนความสำคัญทั้งหมดจากการสำรวจที่ดินเพื่อการร่างแผนที่จะครอบคลุมด้วยการปฏิบัติ นักเรียน(เด็ก) ได้ความคิดจากวิชาสามัญในแต่ละวันที่จัดขึ้น และเรียนรู้ความสำคัญของการสำรวจขั้นพื้นฐาน เช่นการก่อสร้างได้ที่สามารถที่จะวางแผนได้ เด็กเรียนรู้ที่จะเลือกวิชาเรียนเองตามความจำเป็นเพื่อจุดมุ่งหมายของงานที่ได้ถูกจัดตั้งขึ้น วิธีการที่ใช้ในการวัดและเครื่องมือที่ใช้ในการวัด ความใส่ใจ ความอดทน การวิเคราะห์ การประเมินผลตนเอง เด็ก ๆ ค้นพบหนทางทั้งหมดของสิ่งที่ผิดพลาดที่เกิดขึ้น และได้ประจักษ์ความเป็นจริงว่าอะไรคือความหมายของการทำงานด้วยความชัดเจนแม่นยำ

Ÿ การวัดค่าส่วนใหญ่ทำงานกันเป็นกลุ่ม

Ÿ มีการตกลงร่วมกัน โดยขึ้นกับว่าใครจะทำอะไร

Ÿ ทั้งช่องว่างและเวลาอยู่ในส่วนของกระบวนการวัด

Ÿ เด็กกลุ่มที่แยกย่อยต้องมีความระมัดระวังเกี่ยวกับกระบวนการทั้งหมด เพื่อที่จะไม่พลาดจุดสำคัญ เมื่อผลงานของกลุ่มตนได้ถูกนำเสนอ

Ÿ การเขียนแผนผังจำเป็นต้องมีการระมัดระวังและแม่นยำ

Ÿ ความสามารถที่จะให้ภาพแทนความคิดและคิดในมุมกลับที่ชัดเจน

Ÿ แนวความคิดเกี่ยวกับความชัดเจนต้องเปิดกว้างและวิธีการวัดและการเขียนต้องถูกต้อง

Ÿ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับทุกคนและแนวทางที่จะแก้ไขสามารถที่จะถกเถียงและแก้ไขได้โดยง่าย

ช่วงเวลาการสำรวจแบ่งแยกจากทั้งการวางแผนและเน้นหนัก ขึ้นกับสถานที่และความเป็นไปได้ของโรงเรียน ระยะเวลาคือ ๑-๒ สัปดาห์ ถ้ามีเวลาอีก ๑ สัปดาห์จะใช้ในการเตรียมการ และแผนที่จะไม่เขียนที่แหล่งที่ตั้ง แต่จะเพิ่มเติมในบทเรียนหลัง ๆ ระหว่างบทเรียนของปีการศึกษา

หัวข้อวิชาต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวเนื่องกันสามารถโยงถึงกันเช่น การสำรวจสายไฟฟ้าแห่งชาติ วิชาการทำแผนที่ การวางแผนทางภูมิศาสตร์และดาราศาสตร์

การป่าไม้

ชั้นเรียนที่ ๑๐

จุดประสงค์ทั่วไปและจุดมุ่งหมาย

สามารถจัดอยู่ในชั่วโมงเรียนของชั้น ๙ หรือชั้น ๑๑ แต่การเน้นความสำคัญอาจต่างกันออกไป เพื่อคุณภาพช่วงเรียนวิชาการป่าไม้จะอยู่ระหว่างวิชาการสำรวจและสังคมศึกษา การสำรวจรวมถึงเทคนิคของความเข้าใจเกี่ยวกับเวลากำเนิดและการเปลี่ยนแปลงของธรณีวิทยาผ่านการวัดค่า ขณะที่การทำงานเพื่อส่วนรวมสัมพันธ์กับความเสียสละเพื่อสิ่งจำเป็นในแต่ละชีวิตของมนุษย์ วิชาการป่าไม้ครอบคลุมจากสิ่งหนึ่งไปยังอีกสิ่งหนึ่ง

ขอบเขตของวิชานิเวศวิทยาและวิชาป่าไม้ช่วยในการค้นคว้าเกี่ยวกับระบบนิเวศของบริเวณที่ปลูกต้นไม้ ดังนั้นจึงสามารถเข้าใจได้อย่างถูกต้องและการวัดค่าป่าไม้ที่จำเป็นดำเนินไป

กรอบงานของหลักสูตรที่จะกล่าวต่อไปจำเป็นที่จะต้องปรับตามความเป็นไปได้ในท้องถิ่น

ความเห็นและใจความโดยทั่วไป

เด็ก ๆ ต้องการที่จะขยายขอบเขตความรู้ซึ่งรวมถึงการดำรงชีวิตและความจำเป็นของทั้งพืชและสัตว์เพื่อที่จะขยายความเข้าใจของเขาในเรื่องของป่าไม้ในเชิงระบบนิเวศน์ และการที่เด็กได้ฝึกฝนงานในป่า มีประสบการณ์ใกล้ชิดว่าอะไรคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับป่าไม้

หลักสูตรชุดนี้ถือเป็นเพียงแค่แนวทางหนึ่งเท่านั้น อาจจะมีหลักสูตรวอลดอร์ฟที่แตกต่างกันไปบ้าง ผมจะทยอยนำมาลงให้ทีละวิชา โดยบางวิชาอาจมีเนื้อหาครบทุกระดับชั้น บางวิชาอาจมีแค่บางช่วงชั้น เนื้อหาและการใช้ภาษารวมถึงคุณภาพในการแปลอาจไม่สมบูรณ์ แต่น่าจะพอใช้ประโยชน์เพื่อเป็นแนวทางในการไปแสวงหาความรู้เพิ่มเติมต่อไป

แปลโดยกลุ่มพ่อแม่บ้านเรียนมัธยมที่ตั้งใจจัดการศึกษาวอลดอร์ฟให้ลูกๆของตนเอง