อัศจรรย์จริงหนอ
ต่อไปนี้ขอเล่าเรื่งหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณปี2520
ข้าพเจ้าเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ครั้งหนึ่งในชีวิตในรั้วโดมนี้ ข้าพเจ้าได้ป่วยเป็นโรคดีซ่านเฉียบพลัน อาการคือตัวหลือง ตาเหลือง และรับประทานอะไรก็ไม่ได้
เพราะทานแล้วอาเจียนออกหมด ร่วมกับอาการอื่น ๆ ซึ่งทำให้หมดแรงและหายใจแทบไม่ได้ มันหอบหนัก
ไม่ว่าจะหายใจเข้าหรืหายใจออก รู้ตัวขณะนั้นว่า นี้เป็นอาการให้รู้ว่าถ้าหายใจเข้าไม่ได้ เราคงตาย
ถ้าหายใจออกไม่ได้เราก็ตายเหมือนกัน ความตายอยู่เพียงเส้นยาแดงที่ลมหายใจนี้เอง ธรรมนี้สอนใจทันที
คุณพ่อรีบส่งโรงพยาบาลด่วน
ข้าพเจ้าได้อยู่ที่ห้อง ไอซียู เพียงสองสามคืน แล้วย้ายมาห้องพิเศษ ตั้งแต่คืนแรกจนถึงคืนที่แปด
ข้าพเจ้าพบเรืองอัศจรรย์ของโลกทิพย์หลายเรีื่อง แต่ขออนุญาตที่จะไม่เล่าเรื่องเหล่านั้น
เพราะหาหลักฐานไม่ได้
แต่จะเล่าคืนที่แปดซึ่งมีเรื่องสำคัญและเป็นหลักฐานยืนยันใด้ กล่าวคือ
ประมาณตีห้าของเช้านั้น ข้าพเจ้ารู้สึกตัวตื่นขึ้นพบว่าแสงไฟบนเพดานกระพริบ ๆ หลายครั้งเหมือนหลอดจะขาด
ข้าพเจ้าจึงเพ่งมอง ด้วยจิตอันเป็นสมาธิ และทันใดนั้นก็ได้เห็นว่าแสงไฟที่กระพริบนั้นได้เปลี่ยนจากสีนวลเหลืองกลายเป็นสีขาวนวลจ้า แต่ไม่แสบตา สว่างมากขึ้นมาทันที ทั้งห้องขาวสะอาด สว่างมาก
มีกลิ่นหอมใกล้เข้ามาทุกที หอมมากเหลือเกิน ไม่หอมฉุนอย่างน้ำหอมที่มีขายทั่วไป
แต่หอมแบบยิ่งดมยิ่งชื่นใจ รู้สึกว่าจะหาดอกไม้ชนิดไหนมาเปรียบไม่ได้เลย
ข้าพเจ้าได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดเหมือนมีคนมานั่งเก้าอี้ เป็นเก้าอี้ที่พับได้ จะมีเสียงเอี๊ยดอ๊าดเวลาใครลงนั่งหรือลุกขึ้น
เป็นเก้าอี้หลายตัวที่เมื่อคืนวาน เพื่อน ๆ ทั้งในคณะและนอกคณะ ต่างมาเยี่ยมจนดึกแล้วไม่ได้พับเก็บขึ้น ถูกปล่อยให้
พิงกำแพง อยู่อย่างนั้น
แล้วตามด้วยเสียงย๊วบลงบนเบาะโซฟาที่ถัดออกไป
เสียงที่ได้ยินจึงเหมือนการนั่งลงเป็นลำดับ ไม่ได้นั่งพร้อมกัน แสดงว่ามีหลายคน!
ด้วยประสบการณ์ ข้าพเจ้ารู้ว่า ไม่ธรรมดาแน่
จึงรีบลุกขึ้นนั่งในท่านั่งพับเพียบพนมมือขึ้นทันที
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเล็ก ๆ เหมือนระฆังกังวานกล่าวขึ้นมา
เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ
ข้าพเจ้าตอบว่า ดีขึ้นมากแล้วเจ้าค่ะ
อีกเสียงหนึ่งก็ อืมมม (เหมือนเสียงในลำคอ)
อีกเสียงหนึ่งก็คุยเรื่อง.....
อีกเสียงหนึ่งก็กล่าวขึ้นว่า สงสัยหรือจ๊ะว่ากลิ่นหอมนี้เป็นกลิ่นของอะไร
นี้ เป็นกลิ่นของศีล กลิ่นของศีลย่อมหอมทวนลม หอมฟุ้งไปไกล
แล้วอีกเสียงหนึ่งก็บอกว่า พยาบาลกำลังจะมาที่ห้องนี้ เราต้องรีบไปกันแล้วล่ะจ้ะ
อีกเสียงหนึ่งก็พูดว่า อยากกินอะไรเช้านี้ไหม
ข้าพเจ้าเห็นเป็นโอกาสที่จะพิสูจน์ว่า ที่ข้าพเจ้าได้ยินขณะนี้ไม่ใช่หูฝาด ไม่ใช่จิตหลอก
จึงพูดตอบไปว่า อยากกินราดหน้าผัดกุ้งเจ้าค่ะ
แล้วก็มีเสียงอืมมม
เสียงยวบยาบเอี๊ยดอาดก็ดังขึ้นตามกันอย่างเป็นระเบียบ
แสงไฟบนเพดานกระพริบถี่ ๆ อีกครั้ง แล้วสว่างเป็นแสงนวลเหลืองตามปกติ
ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูแล้วประตูก็ถูกเปิดพรวดทันที
โอ้! คนไข้ตื่นแล้ว ตื่นเช้าจังเลยนะคะ
พยาบาลคนแรกทักขึ้น อีกคนก็บอกว่า คนไข้คนนี้ดีจัง ตื่นขึ้นมาสวดมนต์แต่เช้า
ข้าพเจ้าจึงนึกขำ เพราะหันมาดูตัวเอง ก็เห็นตนเองยังพนมมือนั่งพับเพียบอยู่เลย
พยาบาลก็ขอให้ข้าพเจ้าไปนั่งหน้าระเบียงสักครู่เพื่อให้เขาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและตบหมอนตบฝุ่น
สักครู่เดียว ก็มีคนเข็นรถอาหารซึ่งต้องแจกตามห้อง ข้าพเจ้าตื่นเต้นมากและรีบลุกขึ้นมาดูถาดที่จะต้องส่งห้องที่ข้าพเจ้าพัก
มองไปทุกถาดจะมีห้าถ้วย
แต่มีถาดหนึ่งมีหกถ้วย และมีป้ายหมายเลขห้องที่ข้าพเจ้าพัก จึงอดใจไม่ไหวที่จะพิสูจน์
รีบเปิดดูทุกถ้วย ถ้วยที่หกนั้นเอง ท่านคงรู้ว่าข้าพเจ้าจะตื่นเต้นดีใจสักเพียงใด เพราะเป็นราดหน้าผัดกุ้งจริง ๆ
และได้ีรีบถามออกไปว่า ใครสั่งราดหน้าผัดกุ้งให้ห้องนี้คะ
คนเข็นรถอาหารก็ตอบว่า ไม่รู้ค่ะ คนครัวให้ดิฉันยกขึ้นมา ดิฉันก็ยกมา ถ้าคุณไม่ได้สั่งแล้วใครจะสั่งได้ล่ะคะ
โดนคำถามนี้เลยต้องเงียบ เพราะพูดไปก็มากเรื่องเปล่า ๆ
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ข้าพเจ้านั่งลงกล่าวกราบขอบพระคุณผู้เมตตาทั้งหลายทุกคนทุกดวงจิตที่มาเยี่ยมให้กำลังใจ
และสั่งอาหารมื้อพิเศษให้ข้าพเจ้าได้รับประทาน
อาหารมือนั้นพิเศษจริง ๆ เพราะทานจนหมด รสชาดดีมาก และเมื่อทานจนหมดก็รู็สึกทันทีได้เลยว่าหายแล้ว
เดินไปบอกหมอว่าขอกลับบ้านเพราะหายป่วยแล้ว
แพทย์ที่ประจำตึกไม่อนุญาต แต่บอกให้ข้าพเจ้ารอจนกว่าแพทย์ประจำคนไข้จะมาตรวจและอนญาตเอง
ซึ่งต้องรอถึงตอนเย็น
เมื่อแพทย์มาตรวจก็พูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจ ว่า ดูดีขึ้นเร็วมากทั้งที่สองวันที่แล้วหมอยังคิดว่าต้องให้ข้าพเจ้าพักป่วยต่ออีกสักหนึ่งหรือสองสัปดาห์!
แต่หลังจากตรวจคราวนั้น ก็ได้อนุญาตให้กลับได้ และแซวข้าพเจ้าว่า สงสัยได้ยาดี หมายถึงเพื่อนมาเยี่ยมกันเยอะคนไข้จึงได้กำลังใจดี ข้าพเจ้าก็ยอมรับว่า ค่ะ
แต่ไม่ได้บอกว่า เพื่อนที่คุณหมอกล่าวถึงนั้น ได้หมายรวมเอากัลยาณมิตรผู้มียศ มีศิริ มีรัศมีแห่งบุญเหล่านั้นด้วย
ข้าพเจ้ารู้จักคำว่ากลิ่นของศีล ก็คราวนี้เอง เมื่อได้อ่านพระไตรปิฏกในเวลาต่อมา ก็ได้พบคำพูดนี้ได้ปรากฏในตำราพระไตรปิฏกจริง
กลิ่นของศีลย่อมหวนลม หอมฟุ้งไปไกล และโชคดียิ่งขึ้นทีได้กลิ่นของศีลว่ามีจริง
ยิ่งกว่านั้นก็ได้หลักฐานว่าโลกทิพย์มีจริงอย่างรูปธรรม คือการได้รับประทานอาหารตามที่เล่ามา
ประสบการณ์นี้เป็นเพียงประสบการณ์หนึ่งที่เป็นพื้นฐานให้ข้าพเจ้าเริ่มรักษาศีลแปด กับหลวงตาวัดบวรนิเวศน์ฯ
แทบทุกครั้งที่มีเวลาพักชั่วโมงเรียนที่ธรรมศาสตร์ และเป็นพื้นฐานสำคัญให้ข้าพเจ้าเริ่มปฏิบัติธรรมมากขึ้น
และปฏบัติมาตลอดถึงทุกวันนี้
บุญคือความสุข บุญคือการให้ การรักษาศีล การปฏิบัติธรรม