ความรัก คือ ยางเหนียวเกี่ยวยึดให้เกิดอาลัย ความยึดถือมั่น ผูกพันในวัฏฏะ

ความโลภ คือ ตัวถ่วงหน่วงจิตให้จมลงต้องวนเวียนอยู่ในภพสาม

ความโกรธ คือ ไฟได้มาทีไรเผากายเผาใจผู้โกรธก่อนทุกครั้งไป ผูกตนและเวรไว้เหมือนถูกมัดให้อึดอัดเร่้าร้อนภายใน

ความหลง คือ ตัวหลอก กลับกลอกให้จิตสับสน ไม่ให้เห็นสภาพที่แท้จริงของทุกขังอนิจจังอนัตตา หลงโลกมายาไม่สามารถหลุดพ้นวัฏฏโดยง่าย

ละกามตัณหา คือละยางเหนียว ให้หลุด จะได้เป็นอิสระ

ละโลภ คือ ละตัวถ่วง ละบ่วงผูกมัด จิตย่อมเบา คล่องแคล่วยิ่งขึ้น

ละโกรธ คือ ไม่ยุ่งกับไฟ ไม่เล่นกับไฟ จิตใจก็สงบ เย็นกายเย็นใจ

ละหลง คือ สร้างปัญญา จิตเริ่มสว่าง เหมือนคนตาบอดถูกรักษาด้วยพุทธธรรม ทำให้เป็นตาดี

ให้ทานคือ ชำระกิเลสสี่ตัวนี้ในชั้นเปลือกนอก

รักษาศีล คือ ชำระกิเลสสี่ตัวนี้ในชั้นกลาง

ปฏิบัติธรรมภาวนา คือชำระกิเลสทั้งหมด

จิตที่ละ ปล่อยวาง จึงสะอาด สว่างและสงบ เบาและเย็นกายเย็นใจ เป็นความสุขประณีตที่ทุกคนได้มาโดยยาก

ต้องอาศัยศรัทธา วิริยะ ขันติ สติ สมาธิ ปัญญา ควบคุมจิตที่เคยแส่สายทำตามกิเลสมานานให้อยู่ในแนวทางมรรค 8

จึงจะสามารถใช้ศีล(ระดับของจิตใจที่ถูกควบคุมแล้วด้วยดี) เป็นบาทให้แก่สมาธิ เพื่อการเกิดปัญญาแท้จริงในที่สุด