รอยเกวียนที่ภูซาง

5 กันยายน 2548 09:07 น.


ปลายทางที่จังหวัดน่านอาจฟังดูแสนไกลสำหรับคนผ่านทาง ยิ่งลามเลยไปถึงแหล่งโบราณคดีภูซางด้วยแล้ว หนทางสู่ภูนั้นยิ่งไกลเกิน <p> แต่นี่ไม่ใช่หรือที่ทำให้วิถีชีวิตของคนยุคก่อนประวัติศาสตร์ดำรงอยู่มาได้นานกว่าถิ่นอื่น ยุวดี มณีกุล เสนอผลการขุดค้นแหล่งโบราณคดีภูซาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเครื่องมือหินกะเทาะแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย </p><p>แดดจัดจ้าเบื้องบนลามเลียฝุ่นดินจนแห้งผาก ต้นข้าวโพดเสียดยอดอวดใบเขียวอย่างรู้ตัวว่าสีสันของมันสะดุดตาผู้คนที่มาเยือนเนินภูซาง นับจากครั้งที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสถานที่นี้เมื่อสองเดือนก่อน </p><p>ด้วยว่าบนเนินแห่งนี้เป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์เชื่อมต่อกับสมัยประวัติศาสตร์ ที่เพิ่งมีการขุดค้นอย่างเป็นทางการ โดยสำนักงานศิลปากรที่ 7 น่าน สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ผลการขุดค้นเบื้องต้นพบว่าตลอดพื้นที่อันไพศาลทั่วทั้งเนินไปจนถึงยอดภูซางเป็นแหล่งผลิตเครื่องหินกะเทาะของมนุษย์ยุคหินแหล่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการค้นพบในดินแดนประเทศไทย </p><p>การเสด็จฯ ครั้งนั้น ชาวบ้านเตรียมเกวียนพระที่นั่งเทียมวัวคู่ไว้รับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประทับนั่งสู่แหล่งโบราณคดีภูซาง ท่ามกลางไร่ข้าวโพดรายรอบ </p><p>นี่เองเป็นการจุดประกายความคิดให้กับชาวบ้านว่าหากมีการพัฒนาแหล่งโบราณคดีให้เป็นจุดท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ชาวบ้านน่าจะมีส่วนออกแบบวิธีการเข้าถึงแหล่งโบราณคดีได้ด้วยตนเอง ด้วยการให้บริการพาหนะแบบที่พวกเขาใช้ในชีวิตประจำวัน นั่นคือเกวียนเทียมวัวคู่ แทนรถยนต์ </p><p>ถือเป็นฤกษ์ดี ที่กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร นำคณะสื่อมวลชนสัญจรไปยังเมืองโบราณพะเยา และน่าน เมื่อวันที่ 29-31 สิงหาคม ที่ผ่านมา ช่วงเวลาของการไปเยือนแหล่งโบราณคดีภูซาง จังหวัดน่าน จึงเป็นโอกาสทดสอบวิธีนำคณะนักท่องเที่ยวกลุ่มเล็กสู่เนินภูซางด้วยเกวียน </p><p>อาจเป็นเพราะวัวไม่คุ้นเคยกับคนแปลกหน้า และไม่คุ้นกับการบรรทุกมนุษย์ วัวเทียมเกวียนคู่หนึ่งจึงหยุดเดินกลางคัน แม้ว่าคุณลุงผู้บังคับจะใช้หวายเฆี่ยนเบาๆ เป็นการกระตุ้น มันก็ยังนิ่งไม่ไหวติง ราวกับไม่รับรู้ความเจ็บปวดบนผิวเนื้อแต่อย่างใด </p><p>“อย่าไปตีวัวเลยนะจ๊ะ ลองพูดกับเขาดีๆ เผื่อเขาจะเล่นมุขโคนันทวิศาล…เดินนะจ๊ะ คนดี๊ คนดี ไปต่อนะจ๊ะ อย่าดื้อนะจ๊ะ” ผู้โดยสารสาวคนหนึ่ง พูดกับวัวเสียงอ่อนเสียงหวาน แต่วัวยังไม่ยอมขยับ เจ้าของวัวลงหวายเบาๆ อีก 2-3 ครั้ง ในที่สุดต้องตะโกนให้ชาวบ้านอีก 3-4 คน ช่วยกันดันท้ายเกวียนให้เคลื่อนไปข้างหน้า </p><p>ครั้นได้แรงหนุน วัวทั้งคู่จึงเดินหน้าต่อ ทุกคนถึงบางอ้อว่าน้ำหนักบรรทุก 5 คน หนักเกินไปสำหรับการลากขึ้นเนินเช่นนี้ </p><p>ข้อมูลจากการทดสอบพาหนะท้องถิ่นในเบื้องแรกจึงยังไม่ลงตัวนัก ถือเป็นโจทย์สำคัญที่ชาวบ้านต้องนำไปขบคิดต่อหากยังประสงค์จะใช้วิธีการนี้ต่อไป </p><p>-1- </p><p>ที่บริเวณหลุมขุดค้นแหล่งโบราณคดีภูซางมีการทำหลังคาฟางคลุมหลุม ด้านหน้ามีบอร์ดนิทรรศการแผนที่แหล่งโบราณคดี ข้อมูลเกี่ยวกับมนุษย์ยุคหิน การทำเครื่องมือหินวิธีต่างๆ แผนภาพเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือหินของมนุษย์โบราณ และตัวอย่างโบราณวัตถุจากหลุมขุดค้น </p><p>ชาวบ้านกว่า 10 คน ที่รับจ้างขุดประจำโครงการ นั่งล้อมวงกันอยู่ที่เพิงใกล้ๆ พวกเขาคุ้นชินกับการมาเยือนของผู้คนจากถิ่นอื่น เพราะก่อนหน้าที่จะมีการขุดค้นอย่างเป็นทางการ เคยมีคณะนักวิจัยมาสำรวจแหล่งภูซางก่อนแล้ว </p><p>ข้อมูลจากรายงานการขุดค้นแหล่งโบราณคดีภูซาง ให้รายละเอียดว่าเดิมทีชาวบ้านในพื้นที่บ้านก้อด บ้านดอนคีรี บ้านสะไมย์ ตำบลนาซาว อำเภอเมือง และบ้านนาผา ตำบลกองควาย อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน รู้ว่าในพื้นที่บริเวณภูซางและพื้นที่ใกล้เคียงมีเครื่องมือหินหรือ ‘เสียมตุ่น’ มากมายตามเนินเขา ชาวบ้านเรียกเช่นนั้นเพราะเชื่อว่าเครื่องมือหินในหลุมเป็นของตัวตุ่น และเรียกสะเก็ดหินว่า ‘ขี้กากหิน’ แต่ไม่มีใครทราบว่าสิ่งเหล่านี้คืออะไร </p><p>ปี พ.ศ.2527-2529 โครงการโบราณคดีประเทศไทย ภาคเหนือ ได้สำรวจพื้นที่ใน อ.เมือง-อ.เวียงสา จ.น่าน พบว่าพื้นที่บริเวณดอยหินแก้ว ดอยปู่แก้ว เขาชมพู ดอยภูทอก ซึ่งเป็นแนวเขาที่มีความต่อเนื่องมีร่องรอยหลักฐานว่าเป็นแหล่งผลิตเครื่องมือหิน กระจายตัวในพื้นที่หลายตารางกิโลเมตร แต่ขณะนั้นยังไม่มีการสำรวจในบริเวณภูซาง </p><p>เดือนเมษายน พ.ศ.2545 ผศ.สายันต์ ไพรชาญจิตร พร้อมด้วย จ.ส.อ.มนัส ติคำ สำรวจพบว่าในพื้นที่ภูซางและบริเวณใกล้เคียงเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีร่องรอยหลักฐานเกี่ยวกับการผลิตเครื่องมือหิน ต่อมาจึงได้ร่วมกับประชาชนในพื้นที่สำรวจแหล่งโบราณคดีภูซาง ตลอดจนพืชพันธุ์ธรรมชาติในพื้นที่หลายครั้ง </p><p>ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2546 อ.สายันต์ ร่วมกับชาวบ้านดอนคีรีและบ้านก้อด เลือกพื้นที่บนเนินสูงช่วงกลางของภูซาง จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ ศึกษาทางโบราณคดีและธรรมชาติตำบลนาซาว โดยจัดแสดงนิทรรศการและจัดแสดงโบราณวัตถุ และได้จัดทำพิธีบวชดอยภูซางเพื่อประกาศเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์แหล่งโบราณคดีภูซางของชุมชน เมื่อวันที่ 9-10 พฤษภาคม ปีเดียวกัน พร้อมกับเปิดพิพิธภัณฑ์ที่อารามสงฆ์บ้านก้อด อันเป็นที่รวบรวมโบราณวัตถุและเครื่องมือเครื่องใช้ของผู้คนในท้องถิ่นไว้ </p><p>แหล่งผลิตเครื่องมือหินในบริเวณภูซางได้รับความสนใจจากภาครัฐและเอกชนมากขึ้น ทุกฝ่ายเห็นควรที่จะมีการศึกษาเพิ่มเติมในพื้นที่ มีการรังวัดพื้นที่เพื่อประกาศเขตการอนุรักษ์ซึ่งพื้นที่โดยรอบมีเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 ทำถนนรอบบริเวณภูซาง โดยสำนักงานโยธาธิการ จ.น่าน เพื่อป้องกันการขยายพื้นที่การเกษตรไปบนภูซาง </p><p>ปี 2548 ดร.สุวัฒน์ โชคสุวัฒนสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้จัดสรรงบประมาณตามยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด โดยมีสำนักงานศิลปากรที่ 7 น่าน และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ร่วมกันดำเนินโครงการ ‘เมืองมรดกโลก’ ทำการสำรวจและขุดค้นแหล่งโบราณคดีภูซาง </p><p>วันที่ 26 พฤษภาคม ปีนี้ ทุกฝ่ายได้ร่วมกันจัดพิธีบวงสรวงก่อนเริ่มปฏิบัติงาน </p><p>-2- </p><p>http://www.bangkokbiznews.com/2005/09/06/w006l1_33874.php?news_id=33874</p>