น.ส.จีราวดี สังฆโสภณ

เพราะเหตุใดรถไฟไทยจึงขาดทุน

1.มาจากการที่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ปล่อยปละละเลย ไม่มีความจริงใจที่สืบทอดพัฒนาการรถไฟฯ ให้บรรลุพระราชปณิธานของรัชกาลที่ 5 ที่มีความหมายใหญ่ยิ่งให้มีการรถไฟฯ ไว้เพื่อประโยชน์สูงสุดของการขนส่งภายในประเทศเพื่อชาติและประชาชน รัฐบาลจึงไม่ส่งเสริมลงทุนสร้างทางคู่ให้ทั่วประเทศ และไม่ขยายเส้นทางที่จำเป็น เช่น จากในภาคใต้จากคีรีรัฐนิคมถึงท่าฉัตรไชย-ภูเก็ต ทางสายเหนือจากเด่นชัย-เชียงราย สายตะวันออกเฉียงเหนือจากชุมทางบัวใหญ่-นครพนม

2.ไปลงทุนสร้างถนนหลวงให้รถยนต์ทุกชนิดมาวิ่ง ทำให้ประชาชนใช้จ่ายเงินทั้งค่าน้ำมัน เป็นเหตุให้ขาดดุลการค้า และยังก่อให้เกิดอุบัติเหตุจราจร เสียชีวิต ทุพพลภาพ บาดเจ็บ ปีละนับหมื่นคน และนำไปสู่ก่อให้เกิดมลพิษภาวะโลกร้อน เพราะถ่ายคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นจำนวนมาก

3.รัฐบาลเข้าควบคุมไม่ให้ขึ้นราคามาตั้งแต่ปี 2528 จนถึงปัจจุบันจากราคาน้ำมันลิตรละ 6 บาท จนถึงลิตรละ 28 บาทในปัจจุบัน ค่าโดยสารชั้น 3 ยังคิดอยู่ที่ราคา กิโลเมตรละ 24 สตางค์ ทั้งที่ราคาขณะนี้ต้นทุนราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1.30 - 1.50 บาท ต่อ 1 กิโลเมตร

4.รัฐบาลไม่จ่ายเงินค่าชดเชยให้ตรงเวลา ตาม พ.ร.บ.การรถไฟฯ พ.ศ. 2494 มาตรา 43 ทำให้รถไฟต้องจ่ายค่าดอกเบี้ยเงินกู้ปีละประมาณ 1,800 ล้านบาท และยังไม่จ่ายเงินต้น เช่น ขณะนี้รัฐบาลค้างเงินชดเชยรถไฟฯ ถึง 23,000 ล้านบาท แต่กลับกันผู้บริหารการรถไฟฯ ก็ไม่มีความรับผิดชอบกลับไปขออนุมัติ ครม. กู้เงิน 5,015 ล้านบาท แทนที่จะให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมาย

5.มีผู้บริหารที่ไร้ประสิทธิภาพ ขาดจิตสำนึกและมีการคอร์รัปชั่นรวมถึง นักการเมืองที่เข้ามากำกับดูแลการรถไฟฯ ได้ใช้อำนาจแทรกแซงให้ผู้บริหารรถไฟฯ เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทที่เป็นพวกพ้องของเขา รวมทั้งผู้ริหารกินหัวคิวจากการสั่งซื้อวัสดุต่าง ๆ เช่น รถจักร รถพ่วง ราง ไม้หมอนในการไม่ได้จัดให้มีการจัดซื้อจัดจ้างกันอย่างโปร่งใส

6.เรื่องการทุจริตการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ การบริหารจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ เรื่องหาประโยชน์ทางที่ดิน เช่น ให้เช่าราคาถูก ผู้ประสงค์จะเช่าที่ดินไม่รู้จะติดต่อกับใคร และเมื่อให้เช่าแล้วไม่มีใครเก็บค่าเช่า ปล่อยให้มีการบุกรุกทำการค้าขายฝ่ายทรัพย์สิน ไร้ประสิทธิภาพขาดจิตสำนึก ความรับผิดชอบ ผู้บริหารรถไฟระดับสูงก็ปล่อยปละละเลย

ที่มา : www.oknation.net