เรื่องที่น่าใจมากคือ ความรู้เรื่องสมุนไพร และสวัสดิการชุมชน บริหารจัดการได้อย่างน่าทึ่งจริงๆ ด้วยความเอื้ออาทร ใส่ใจห่วงใยสุขภาพของสมาชิก มีสมาชิกจิตอาสาที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสอง มีหมอยาพื้นบ้านรักษามะเร็งระสุดท้ายให้มีชีวิตเป็นปกติจนถึงทุกวันนี้ค่ะ สำคัญคือการรักษาแบบองค์รวมโดยเฉพาะรักษาที่ใจด้วยค่ะ หากสามชิกต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลก็จะมีสมาชิกในชุมชนอย่างน้อยหนึ่งคนเฝ้าอยู่ใกล้ชิดให้กำลังใจตลอดการรักษา ทางกองทุนสวัสดิการจะจ่ายให้วันละ 100 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายการรักษากองทุนสวัสดิการเป็นผู้รับผิดชอบค่ะ น่าศึกษามากค่ะ 30 สค.2553 นี้อาม่า(วุฒิอาสาฯ) สภาพัฒน์ฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(เทคโนธาธนี) จะเข้าไปร่วมด้วยช่วยกันกับชุมชนระดมความคิด ความรู้ เติมเต็มซึ่งกันและกันเผื่อช่วยกันทำแผนพัฒนาชุมชน สร้้างความเข้มแข็งให้กับชุมอย่างยั่งยืน โดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ค่ะ