ความเห็น 21134

นิทานปลาดาว

จตุพร
IP: xxx.151.24.35
เขียนเมื่อ 
นิทานปลาดาว (version ต่อมา) ครับ ...หลังจากวันนั้น ชายหาดก็ยังอยู่ที่เดิม ปลาดาวก็ยังถูกน้ำซัดขึ้นมาเหมือนเดิม และชายหนุ่มก็ยังคงออกมาโยนปลาดาวลงน้ำเหมือนเดิม แต่นอกจากทั้งหมดที่กล่าวมา...มันกลับค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป ความเปลี่ยนแปลงมันเริ่มขึ้นเมื่อมีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งผ่านทางมายังชายหาดแห่งนี้ พวกเขาประทับใจความงามของหาด และเริ่มเอาความงามที่เขาได้เห็นไปบอกต่อกับเพื่อนนักท่องเที่ยว หลังจากนั้นก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ มากจนชาวบ้านแถบนั้นที่เดิมทำอาชีพประมง ต้องเปลี่ยนมาเปิดบังกะโลให้นักท่องเที่ยวได้พักค้างคืน ร้านอาหารทะเล คาราโอเกะ และเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจผุดขึ้นที่ริมหาดหยั่งกะดอกเห็ด อยู่มาวันหนึ่ง มีนักธุรกิจมากว้านซื้อที่แถบนั้น แล้วก็นำมาสร้างโรงแรมขนาดใหญ่เอาไว้รองรับนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก โดยโรงแรมปล่อยน้ำเสียจากการให้บริการลงที่ทะเลแห่งนั้นแหละ บังกะโลและร้านอาหารเล็กๆ ที่เหลืออยู่ก็ร่วมปล่อยน้ำเสียผสมโรงไปด้วยอีก จนเมื่อผ่านไปกว่า ๓๐ ปี น้ำที่เคยใส ก็กลายเป็นน้ำขุ่นคลั่กไปด้วยกากของเสีย แต่ชายหนุ่ม (ที่ตอนนี้กลายเป็นชายชราไปแล้ว) ก็ยังคงโยนปลาดาวเกยตื้นลงน้ำเช่นเดิม จนมาถึงเช้าวันหนึ่ง ในขณะที่ชายชรายังคงทำสิ่งเดิมๆ ที่เคยทำอยู่ตลอดชีวิตของเขา ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาถามว่า “ลุงๆๆ ลุงกำลังทำอะไรอยู่ครับ” ชายชราตอบว่า “ฉันกำลังช่วยชีวิตเจ้าปลาดาวเหล่านี้อยู่ เพราะถ้าขืนปล่อยไว้ เมื่อเวลาสายมันจะถูกแดดเผาจนตาย” “แล้วมันจะไม่ตายเพราะน้ำเน่าเหรอครับลุง เพราะตอนนี้น้ำมันแย่เสียจนไม่มีใครกล้าลงไปเล่น ลุงโยนลงไปปลาดาวมันก็ต้องตายอยู่ดี” เด็กหนุ่มถาม ชายชราเริ่มละจากมือจากปลาดาว แล้วก็มองลงไปในน้ำทะเลสีขุ่น ชายชราไม่ว่ากระไรนอกจากทรุดตัวลงไปกับผืนทรายพร้อมกับน้ำตาที่นองหน้าเขาอยู่ ชายหนุ่มเดินเข้าไปตบไหล่ชายชราเบาๆ พร้อมทั้งบอกว่า “ไม่เป็นไรน่าลุง เอางี้...พรุ่งนี้ลุงมาโยนปลาดาวลงน้ำเหมือนเดิม ส่วนผมก็จะนั่งเรือตระเวนเก็บขยะบนทะเลรอบๆ นี้ เดี๋ยวไม่นานทะเลก็สะอาดเองแหละ แล้วปลาดาวก็จะไม่ตายด้วยนะลุง” ชายชราไม่ว่ากระไร ได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตา หลังจากวันนั้นไป ถ้าใครได้เดินผ่านชายหาดแห่งนั้น ก็จะได้เห็นภาพของชายชราคนหนึ่งกำลังโยนปลาดาวเกยตื้นลงน้ำ ในขณะที่บนทะเลก็มีชายหนุ่มกำลังเก็บขยะที่ลอยในน้ำอยู่ด้วยสายตายิ้มแย้ม.. : อ้างอิงจาก http://www.noknoi.com/magazine/article.php?t=370