นิทานปลาดาว (version ต่อมา) ครับ …หลังจากวันนั้น
ชายหาดก็ยังอยู่ที่เดิม ปลาดาวก็ยังถูกน้ำซัดขึ้นมาเหมือนเดิม
และชายหนุ่มก็ยังคงออกมาโยนปลาดาวลงน้ำเหมือนเดิม
แต่นอกจากทั้งหมดที่กล่าวมา…มันกลับค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป
ความเปลี่ยนแปลงมันเริ่มขึ้นเมื่อมีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งผ่านทางมายังชายหาดแห่งนี้
พวกเขาประทับใจความงามของหาด
และเริ่มเอาความงามที่เขาได้เห็นไปบอกต่อกับเพื่อนนักท่องเที่ยว
หลังจากนั้นก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ
มากจนชาวบ้านแถบนั้นที่เดิมทำอาชีพประมง
ต้องเปลี่ยนมาเปิดบังกะโลให้นักท่องเที่ยวได้พักค้างคืน ร้านอาหารทะเล
คาราโอเกะ และเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจผุดขึ้นที่ริมหาดหยั่งกะดอกเห็ด
อยู่มาวันหนึ่ง มีนักธุรกิจมากว้านซื้อที่แถบนั้น
แล้วก็นำมาสร้างโรงแรมขนาดใหญ่เอาไว้รองรับนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก
โดยโรงแรมปล่อยน้ำเสียจากการให้บริการลงที่ทะเลแห่งนั้นแหละ
บังกะโลและร้านอาหารเล็กๆ
ที่เหลืออยู่ก็ร่วมปล่อยน้ำเสียผสมโรงไปด้วยอีก จนเมื่อผ่านไปกว่า ๓๐
ปี น้ำที่เคยใส ก็กลายเป็นน้ำขุ่นคลั่กไปด้วยกากของเสีย แต่ชายหนุ่ม
(ที่ตอนนี้กลายเป็นชายชราไปแล้ว)
ก็ยังคงโยนปลาดาวเกยตื้นลงน้ำเช่นเดิม จนมาถึงเช้าวันหนึ่ง
ในขณะที่ชายชรายังคงทำสิ่งเดิมๆ ที่เคยทำอยู่ตลอดชีวิตของเขา
ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาถามว่า “ลุงๆๆ ลุงกำลังทำอะไรอยู่ครับ”
ชายชราตอบว่า “ฉันกำลังช่วยชีวิตเจ้าปลาดาวเหล่านี้อยู่
เพราะถ้าขืนปล่อยไว้ เมื่อเวลาสายมันจะถูกแดดเผาจนตาย”
“แล้วมันจะไม่ตายเพราะน้ำเน่าเหรอครับลุง
เพราะตอนนี้น้ำมันแย่เสียจนไม่มีใครกล้าลงไปเล่น
ลุงโยนลงไปปลาดาวมันก็ต้องตายอยู่ดี” เด็กหนุ่มถาม
ชายชราเริ่มละจากมือจากปลาดาว แล้วก็มองลงไปในน้ำทะเลสีขุ่น
ชายชราไม่ว่ากระไรนอกจากทรุดตัวลงไปกับผืนทรายพร้อมกับน้ำตาที่นองหน้าเขาอยู่
ชายหนุ่มเดินเข้าไปตบไหล่ชายชราเบาๆ พร้อมทั้งบอกว่า “ไม่เป็นไรน่าลุง
เอางี้…พรุ่งนี้ลุงมาโยนปลาดาวลงน้ำเหมือนเดิม
ส่วนผมก็จะนั่งเรือตระเวนเก็บขยะบนทะเลรอบๆ นี้
เดี๋ยวไม่นานทะเลก็สะอาดเองแหละ แล้วปลาดาวก็จะไม่ตายด้วยนะลุง”
ชายชราไม่ว่ากระไร ได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตา หลังจากวันนั้นไป
ถ้าใครได้เดินผ่านชายหาดแห่งนั้น
ก็จะได้เห็นภาพของชายชราคนหนึ่งกำลังโยนปลาดาวเกยตื้นลงน้ำ
ในขณะที่บนทะเลก็มีชายหนุ่มกำลังเก็บขยะที่ลอยในน้ำอยู่ด้วยสายตายิ้มแย้ม..
อ้างอิงจาก http://www.noknoi.com/magazine/article.php?t=370