เรียนท่านอาจารย์หมอที่เคารพ
กระผมคิดว่าวิธีทางนี้ น่าจะเป็นจุดเริ่มที่ดีมากๆ ที่วิชาการไปในแนวทางเดียวกับวิถีชีวิต ความง่ายที่จะเข้าถึง และสื่อด้วยภาษาที่ง่ายที่จะเข้าใจ และทำงานในสนามจริงไปด้วย จะทำให้ช่องว่างของความรู้นั้น ไม่ห่างกันมากทั้งในหลักวิชาการและการปฏิบัติ สามารถนำไปตีความเพื่อเข้าใจ หรือเพื่อนำใช้ได้ เราต้องมีทั้งเวทีเสมือนและเวทีจริง เพื่อให้ทุนทางความรู้นั้นแน่น หลากหลายพอ ที่จะประยุกต์ใช้เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต ทรัพยากร ระบบเศรษฐกิจ และสังคม ในแต่ละมิติ หรือลำดับชั้นของระบบ กระผมเชื่อมั่นว่า หน่อและเชื้อมีก่อตัวอยู่แล้ว หาโอกาสให้หน่อนี้ขยายตัว โดยหลักแนวคิดพื้นฐานก็คือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นกรอบแนวคิดหลัก และค่อยๆขยายเปิดพื้นที่ปัญญา การเข้าไปสร้างระบบนี้สามารถทำได้หลากหลายมิติ แต่โดยหลักการปฏิบัติของระดับครัวเรือน กระผมคิดว่าใจคนต้องมาก่อน หากสร้างหน่อใหม่ให้เติบโต การจะได้ใจคนนั้นอาจจะต้องมีดูพฤติกรรมที่มีเชื้อก่ออยู่ ในระดับไร่นา มีข้อมูลเชิงประจักษ์ ไม่ใช่หมายถึงเอกสารครับผม คือมีการปฏิบัติอยู่และสัมผัสได้ กระผมไม่ทราบแนวทางโดยภาพรวมทั้งระบบ แต่การจุดประกายนั้น ก็เลือกบุคคลที่มีทั้งใจและพฤติกรรมที่จะสอดประสานไปด้วยกัน เช่นมีสวน มีบ่อ การเลี้ยงสัตว์ และมีพฤติกรรมที่เชื่อมโยงกับระบบไร่นา ที่จะมีตนเองเป็นที่พึ่ง และยกระดับสังคมไปด้วย ส่วนเนื้อหาในวารสารหรือเชิงฐานข้อมูล ก็สามารถตีผลและเข้าใจได้ง่าย คือมีวิชาการที่เป็นลักษณะที่ชาวบ้าน สังคมเข้าใจความเหมือน ความต่างด้วยตัวเลขง่ายๆ กล่าวง่ายๆคือ เป็น Communication tools ที่สื่อชาวบ้านเข้าใจ ที่ทางเกษตรเชิงระบบก็ใช้อยู่ครับผม ในการสัมภาษณ์เก็บข้อมูลกับชุมชน ข่าวแบบนี้กระผมสนใจครับ ถ้าในหนังจีน กระผมต้องบอกว่า โอ้..สวรรค์ชี้ทางสว่าง เรื่องนี้มีหลายแง่หลายมุมที่จะน่าจะทำให้เกิดขึ้นครับท่านอาจารย์หมอ สังคมต้องถกกันยาวๆและวางระบบให้ดีในชัดเจนในมิติต่างๆ แต่ที่สำคัญคือต้องปฏิบัติครับ และให้สามารถทำได้จริงครับผม ขอบพระคุณท่านอาจารย์หมอครับผม
ด้วยความเคารพครับผม
นิสิต