เคยคิดว่าตายดีก็ไม่น่าจะแตกต่างจากตายอย่างมีศักดิ์ศรีแต่เมื่อได้ลองคุยกับผู้ป่วยรวมกระทั่งคนใกล้ชิด(ญาติผู้ใหญ่)พบว่า..หลายคนจะมองตรงกันว่าการตายดีก็คือการไม่เจ็บปวดทรมานหรือทุรนทุรายก่อนที่จะตายแต่เมื่อถามต่อว่าแล้วการตายอย่างมีศักดิ์ศรีล่ะ..หลายๆคนยังไม่เข้าใจแต่บางคนก็บอกว่าคือการจากไปอย่างไม่ต้องเป็นภาระหรือสร้างความยุ่งยากให้แก่ใคร..แต่ก็มีบางคนบอกว่าคือการปลดเปลื้องเรื่องค้างคาใจและกายกับคนในครอบครัวอย่างเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว(ตัวอย่างเช่น ป้าสมปองที่ขอหมอออกจากรพ.เพื่อจัดการทรัพย์สินให้กับลูกให้แล้วเสร็จก่อนตาย / บุรินทร์ที่รอพ่อมาหาเพื่อจะบอกว่าเขาเก็บเงินไว้หลังฟูกที่นอนพันห้าร้อยบาท-เขาฝากให้พ่อช่วยเอาไปจ่ายหนี้ให้กับเพื่อนคนหนึ่งด้วย)
จากการคุยและฟังเรื่องราวชีวิตของครู/ผู้ป่วยทั้งหลาย..บางเรื่องที่กระทบโดนใจอย่างแรงทำให้นึกย้อนมองถึงตัวเองและคนใกล้ชิด.และก็ครุ่นคิดถึงทางออกหากเราเป็นเขาเราจะทำหรือไม่ทำอย่างที่เขาเลือกดี
.เห็นด้วยกับที่อจ.บรรยายว่าการค้นหาให้เจอและพยายามดำรงตนเพื่อที่จะบรรลุถึงจุดประสงค์ที่เกิดมาเป็นจุดเชื่อมต่อถึงการที่เราจะสามารถมองเห็นและเข้าใจได้ถึงการจะตายอย่างสมศักดิ์ศรีของตัวเราได้ซึ่งกระบวนการค้นหานี้ช่างท้าทายและตื่นเต้นจริงๆ