นักบริหารย่อมตระหนักดีว่า องค์การหรือหน่วยงานมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทั้งใน
ส่วนตัวบุคคล กลุ่ม และองค์การ โดยไม่มีผู้ใดสามารถขัดขวางหรือยับยั้งการเปลี่ยนแปลงได้ และ
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆอย่างไม่หยุดยั้ง ฉะนั้นการที่จะพยายามรักษา
ส่วนตัวบุคคล กลุ่ม และองค์การ โดยไม่มีผู้ใดสามารถขัดขวางหรือยับยั้งการเปลี่ยนแปลงได้ และ
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆอย่างไม่หยุดยั้ง ฉะนั้นการที่จะพยายามรักษา
เสถียรภาพ และความเปลี่ยนแปลงจึงเป็นการขัดขวางต่อกฎแห่งความจริง นักบริหารตะหนักต่อไป
ว่า เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ผู้ทำงานมักมีกิริยาต่อต้านขัดขืนไม่พอใจ เพราะเข้าใจว่าการ
เปลี่ยนแปลงคือการขัดขวางต่อฐานะ และคุณค่าของตน ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่ม
ประสิทธิภาพของงาน ผู้ใต้บังคับบัญชาอาจต่อต้านไม่พอใจ ในทางตรงกันข้ามถ้าผู้ใต้บังคับบัญชา
ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อสวัสดิการ ผู้บังคับบัญชาอาจต่อต้าน ขัดขืนไม่พอใจเพราะเข้าใจ
ว่าเป็นการกระทบกระเทือนต่ออำนาจการปกครองหรือความมั่นคงในตำแหน่งหน้าที่การงานของตน
ดังนี้เป็นต้น แต่ถ้าจะพิจารณาให้ถ่องแท้ตามเหตุผล และความเป็นจริงแล้ว การเกิดแนวความคิดใน
การเปลี่ยนแปลงต่างหากที่ทำให้เกิดประโยชน์ และคุณภาพใหม่อันเป็นที่น่าพอใจมากขึ้นด้วย