ครับปีนี้น้ำอ่างแก้วแห้งมากๆ ผมได้ไปถ่ายรูปไว้และคิดว่าหลายท่านที่เป็นชาวมช.คงไม่เคยเห็นและอีกเมื่อไหรจะได้เห็นอีก (อันที่จริงอย่าเห็นอีกเลยจะดีกว่า) เป็นความสวยงามที่เรามองอีกด้านหนึ่ง อ่างแก้วปีนี้แห้ง ชาวมช.ไม่มีน้ำใช้ อาจเป็นจากหลายสาเหตุ ประการแรกคือภัยแล้ง กรมชลประทานไม่สามารถจ่ายน้ำมาช่วยได้ ประการที่สองการไม่ตุนน้ำเนื่องจากมีการซ่อมถนนหน้าอ่างแก้วเกรงจะรั่ว ประการที่สามการไม่เห็นความสำคัญของระบบสำรอง(เครื่องสูบน้ำเสียไม่อนุมัติซ่อม จากข้อมูลที่ได้มา)

พูดถึงตรงนี้ ขออธิบายระบบน้ำบนอ่างแก้ว นั้นในฤดูแล้งจะไม่พอจ่ายเพราะชุมชนมช.ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เกินขีดความสามารถของน้ำที่ไหลเข้าอ่าง(จากดอยสุเทพ) มช.จะใช้การสูบน้ำจากคลองชลประทานขึ้นไปไว้บนอ่างแก้ว แล้วจ่ายลงมาอีกที

น้ำที่เข้าอ่างแก้ว ปัจจุบันน้อยกว่าอดีตมาก(40 ปีก่อน) แต่ในระยะหลังที่มีการฟื้นฟูดอยสุเทพ โดยเงินของกลุ่ม NGO ทำรั้วทางขึ้น ปลูกป่าตามข้างทาง และโครงการฟื้นฟูน้ำตกห้วยแก้ว (สมัยทักษิณ1) โดยการทำฝายแม้วเป็นชั้นๆ ยกเลิกการต่อน้ำจากต้นน้ำไปใช้(ชาวบ้าน) ทำระบบน้ำตกหลอก คือผันน้ำจากท้ายน้ำตกขึ้นไปปล่อยลงมา ทำให้น้ำเข้าอ่างดีขึ้น แต่ก็ถูกแบ่งไปใช้โดยองค์การสวนสัตว์

ฉนั้น ผมมองอ่างแก้วแห้งปีนี้ เป็นกรณีศึกษาที่ต้องติดตาม เพราะรัฐฯเองก็ลดงบประมาณที่ให้มหาวิทยาลัยลง และยังมีปัญหาการแตกของท่อน้ำ การรั่วซึม จากอายุการใช้งานอีก ผมมองว่า มช.เอง อาจต้องมองทั้งระบบและมองไปข้างหน้า นอกจากน้ำแห้งแล้ว ปัจจุบันเรายังมีน้ำเสียไหลผ่านใจกลาง มช.ถึง 2 สาย สาย 1 ผ่านสนามวอลเล่ย์(เก่า) สายที่ 2 ผ่าน อ.มช.

ขออีกนิดนะครับ ลำเหมืองต่างๆที่อยู่คู่กับมช. ที่เคยมีน้ำไหลผ่านเกือบทั้งปี ก็ถูกละเลยให้แห้งขอด และตื้นเขิน เราควรฟื้นฟู ถ้าไม่มีน้ำอย่างน้อยก็ขุดลอกให้สวยงามเพื่อรองรับน้ำฝนก็ยังดีครับ สมมุติว่ามีการปรับปรุง ผมไม่เห็นด้วยกับการทำเป็นคอนกรีตครับ

เรื่องรูปอ่างแก้วจะเอามาลงให้เพราะอยู่ที่ตึกครับ