ประการที่สามนั้น ....คือหัวข้อในเรื่องของการวางแผนการฝึกซ้อมตลอดปีของเด็กจักรยาน โดยข้าพเจ้ามีคำถามไปยังเด็กแบบเรียบง่ายที่สุดว่า ทำไมเราถึงได้มากินนอนเก็บตัวฝึกซ้อมร่วมกัน ซึ่งกว่าจะได้รับคำตอบจากเด็ก ต้องทำการสืบค้นลงไปอีกว่า เพราะเหตุอันใดถึงไม่มีใครกล้าตอบคำถาม เพราะเหตุอะไรถึงไม่มีใครแสดงความคิดเห็น เมื่อทำการเจาะลึกลงไปถึงก้นบึ้งทางจิตใจ จึงได้เห็นการเปลี่ยนแปลงตนเองใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในระหว่างการพูดคุยกันขณะนั้น ข้าพเจ้าได้ทำการเปิดสภาวะที่ถูกซ่อนเงียบ กบดาน หลบหลีก ไม่กล้าเผชิญกับความจริง และเมื่อทำการสืบค้นแล้ว การคลี่คลายคำถามจึงพร่างพรูออกจากจิตของเด็ก ทำให้เราเห็นแง่มุมที่ตนเองไม่เคยคาดคิดว่าจะเป็นคำตอบของเด็กที่ได้ถูกสถาปนาว่าไม่คงแก่เรียนได้ และคำตอบที่ทำให้ข้าพเจ้าเกิดพลังในการประสานงานในหน้าที่ของความเป็นมนุษย์และบุคคลผู้รักในกีฬาจักรยาน จะกระทำการต่อไปได้ คือเรื่องที่ได้รับคำตอบจากเด็กว่า ทำให้ตัวเขาเองนั้น สามารถเรียนรู้เรื่องการช่วยเหลือกันได้ จากการอยู่ที่นี่ (การอยู่ร่วมกัน) ซึ่งเป็นคำตอบที่เรียบง่าย แต่ยิ่งใหญ่ในความหมาย.....

ครับ...เป็นคำตอบที่ตนเองไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า เด็กจะเกิดการซึมซับเรื่องการเกื้อกูลกันได้ และคำตอบนั้น ถือได้ว่า การก่อรูปที่ได้ประสานงานทางด้านนามธรรม เกิดการเปลี่ยนแปลงตนเองได้อย่างแท้จริง ถึงแม้ว่า กลุ่มของเด็กที่อาศัยอยู่ร่วมกันนี้ จะถูกวิพากษ์หรือถูกดูแคลนว่าไม่มีวันเก่ง หรือไม่มีทางที่จะนำพาไปสู่ความเจริญแห่งตนได้ แต่ใครจะรู้ใจของเขาได้เท่ากับตัวเขาเอง ตัวเขาเองเท่านั้น ที่จะทำการปฎิวัติตนเองได้ และวันนี้ ข้าพเจ้าก็เกิดความเชื่อมั่นว่า หนทางสู่วิถีปี 53 นั้น คงเป็นวาระดิถีที่สวยงามได้ ด้วยใจของเขาที่อยู่ก้นบึ้ง ที่แฝงเร้น ซ่อนลึก จากการดึงจิตขึ้นสู่วิถีแห่งความกล้า ขึ้นสู่รากแห่งสภาวะของผู้เจริญ นั่นคือรากแก้วแขนงหนึ่ง ที่จะเจริญงอกงามในกาลปัจจุบัน....