ขอตอบคุณ กมลภัส ก่อนครับ ตามกฎหมาย
บุคคลผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลสำหรับตนเองและบุคคลในครอบครัวของตนตามพระราช
กฤษฎีกานี้
(1) ข้าราชการและลูกจ้าง ประจำซึ่งได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำจากเงินงบประมาณรายจ่ายหมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำของกระทรวง ทบวง กรม
(2) ลูกจ้างชาวต่างประเทศซึ่งมีหนังสือสัญญาจ้างที่ได้รับค่าจ้างจากเงินงบประมาณรายจ่ายและสัญญาจ้างนั้นมิได้ระบุเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลไว้
(3) ผู้ได้รับบำนาญปกติหรือผู้ได้รับบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ และทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเงินเบี้ยหวัด
บุคคลในครอบครัว” หมายความว่า
(1) บุตรชอบด้วยกฎหมายซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ หรือบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของบิดาหรือมารดาซึ่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม หรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นแล้ว
(2) คู่สมรสของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
(3) บิดาหรือมารดาของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
กรณีคุณกมลภัส และสามี น่าจะไม่เข้าข่ายตาม กฏหมายฉบับนี้ เนื่องจากสามี เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ และคุณกมลภัส เป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายประกันสังคัม ดังนั้น การกำหนดสิทธิประโยชน์ น่าจะขึ้นอยู่กับ รัฐวิสาหกิจ ที่สามีปฏิบัติงานอยู่ ครับ
ขอบคุณที่ให้ความสนใจข่าวประชาสัมพันธ์ของกรมบัญชีกลาง ผ่านทางเว็บไซด์นี้ ครับ