การให้ข้อมูลผู้ป่วยและญาติในการดูแลสายสวนปัสสาวะ ( Foley’s Cath )
การให้ข้อมูล และการประชาสัมพันธ์ ต้องทำควบคู่กันไป สำหรับการเป็น Information
การให้คำแนะนำการดูแลสายในผู้ป่วยที่คาสายสวนปัสสาวะและการติดตามการปฏิบัติงานของบุคลากรในการดูแลผู้ป่วยที่คาสายสวนปัสสาวะ หอผู้ป่วย 3ข
Team UTI 3ข ดาวกระจายนั้น เริ่มตั้งแต่การประเมิน ( Assesment ) เมื่อรับใหม่ ดูแลขณะอยู่ในโรงพยาบาล วางแผนการจำหน่าย และต่อเนื่องไปจน เมื่อผู้ป่วยกลับไปอยู่ที่บ้าน
รวมถึงการให้คำปรึกษา การให้ข้อมูลทางโทรศัพท์
การประชาสัมพันธ์ ส่งข่าว แจ้งข่าว และรายงายและส่งต่อถ้ามีอุบัติการณ์ การติดเชื้อ หรือถ้ามีผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ที่เข้ามานอนในโรงพยาบาล ( Admit ) ติดต่อกับ หอผู้ป่วยต่างๆ ในโรงพยาบาล และกับหน่วยงานอื่นๆ ที่สนใจ เพื่อนัดหมายทำการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ทำงาน และเพื่อ พัฒนากระบวนการพยาบาลการดูแลผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการตอดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ
ขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติเมื่อมีผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง
1. อธิบายให้ทราบถึงเหตุและผลของการเปลี่ยนแปลงแบบแผนการขับถ่ายปัสสาวะ
2. สังเกต บันทึก สี ลักษณะ และจำนวนของปัสสาวะ
3. สวนคาสายยางปัสสาวะในกรณีที่ปัสสาวะไม่ออกหรือมีการคั่งค้างมาก
4 .ดูแลให้ได้รับสารน้ำสารอาหารให้เพียงพอ
5. ประเมินการปฏิบัติการกวาดล้าง UTI ตามแบบ check list
6. รายงายและส่งต่อถ้ามีอุบัติการณ์ การติดเชื้อ หรือถ้ามีผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง Admit
ส่วนการกวาดล้าง UTI ในหอผู้ป่วย 3ข. ให้การแนะนำผู้ป่วยและญาติดังนี้
เมื่อมีผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะ พยาบาลหรือผู้ช่วยพยาบาลอธิบายให้ผู้ป่วยและญาติทราบถึงความจำเป็นที่ต้องใส่สายสวน ตรวจสอบพลาสเตอร์ติดสายที่ติดหน้าขาผู้ป่วยว่าหลุดหรือไม่พร้อมทั้งให้คำแนะนำผู้ป่วยและญาติในการดูแลสาย ไม่ให้สายหักพับงอ ไม่นอนทับสาย ถุงที่รองรับปัสสาวะต้องแขวนไว้ที่คานเตียงไม่ให้หย่อนลงมาลากกับพื้น
พลาสเตอร์หลุดให้แจ้ง จ.น.ท.เพื่อติดใหม่ เสื้อผ้าผู้ป่วยต้องแห้งไม่เปียกชื้น
1. แจ้งให้ผู้ป่วยทราบถึงวัตถุประสงค์ และความจำเป็นที่ต้องใส่สายสวนเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ ให้ข้อมูลญาติและผู้ป่วยว่า จำเป็นต้องหมั่นช่วยกันดูแล คือ ถุง ( รองรับน้ำปัสสาวะ ) ไม่ลากพื้น แขวนอยู่เหล็กข้างเตียง คนข้างเคียงช่วยดูแล Take care ง่ายๆ ทำความสะอาดร่างกาย และภายในซ่อนเร้น สังเกตให้เป็น ปริมาณมากมี สีไม่ขุ่นข้น ทุกคนช่วยกันติดตาม ทุกคำถามยินดีตอบ ขอขอบคุณท่านที่ร่วมมือ ท่านคือคนสำคัญ
2. ติด พลาสเตอร์หน้าขา สำหรับผู้ป่วยหญิง และติดพลาสเตอร์หน้าท้องในผู้ป่วยชาย
3. แขวนถุงน้ำเก็บปัสสาวะกับคานเตียง ถ้าแขวนกับไม้กั้นเตียงอาจทำให้ดึงรั้งเมื่อยกราวขึ้น
4. หักพับสายเมื่อยก ย้ายถุงสูงกว่าระดับผู้ป่วย เมื่อตะแคงตัวให้ยกถุงเปลี่ยนมาข้างด้านหน้า ผู้ป่วย
5. วัดไข้ และ V/S ทุก 4 ชม.
6. เช็ดรูเปิดท่อน้ำปัสสาวะด้วยสำลี Alcohol 70 % ทุกครั้งที่เปิด- ปิด เมื่อเทน้ำปัสสาวะออกจากถุงรองรับน้ำปัสสาวะ
7. ทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ด้วยน้ำยาทำความสะอาด หรือน้ำสบู่ วันละ 2 ครั้ง และทุกครั้งที่ถ่ายอุจจาระเช็ดให้แห้ง ไม่ต้องโรยแงที่ขาหนีบ
8. ดูแลเสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน ไม่ให้เปียกชื้น ดื่มน้ำให้ได้มากกว่า 2 ลิตร ถ้าไม่มีข้อจำกัด / ห้าม
9. สังเกตลักษณะ สี กลิ่น และปริมาณ บันทึกน้ำดื่ม / ปัสสาวะ ทุกเวร
สรุป
บางกรณีผู้ป่วยมีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะที่ติดเชื้อมาก่อนการนอนในโรงพยาบาล ดังนั้นโครงการให้ข้อมูลผู้ป่วยและญาติในการป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะจึงเกิดขึ้นเละเริ่มดำเนินการซึ่ง ผู้ป่วยและญาติให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และมี การแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันระหว่างตัวผู้ป่วย และญาติ และเจ้าหน้าที่การจัดให้ความรู้ เป็นทั้งกลุ่มใหญ่ และกลุ่มย่อย และรายกรณี เราทีมผู้ดูแลจึงปรับทำตามความเหมาะสม ซึ่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วยและทีมผู้ดูแล