to พิชชา : ใช่เลย ดูจิตตลอด ถ้าแรงมาก ก็ข่ม ตบ ดีด ความคิดที่เกิดตอนนั้นๆออกไป หาเรื่อง กุศล ๆ ๆๆ มาแทน ..... ทำใจ ชิวๆ
to สุธรา : บ้านดิน หน้าร้อน จะเย็น หน้าหนาวจะอบอุ่น ถ้าสร้างๆดี ไม่กลัวพายุ ถ้าเคลือบผิวดีๆ ไม่กลัวฝน ..... ข้อเสีย คือ กว่าจะเหยียบดิน ได้แต่ละ ก้อน เหมื่อยน่อง จริงๆ และ มีคนบอกว่าให้ระวัง งู เพราะ งูมันชอบ ไม่รู้ จริงหรือเปล่านะ
To: หนิง : เจ๋งมากเลย นอกจากจะข่มไม่ บ่น ไม่ด่าแล้ว ลองดู อาการทางกาย เวลา ที่กำลัง "อยาก" บ่น เช่น ดูลมหายใจที่เปลี่ยนแปลง กลางหน้าอกที่แน่นๆ เลือดลมที่ฉ๊ดขึ้นหน้า ดูความคิดที่สาดออกมาขณะจิตเกิด ฯลฯ ดูว่า ความอยากบ่น ความไม่อยากเจอ ฯลฯ นี้ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้ว ดับไปอย่างไร ตอนไหน
ทั้งวัน เรา ก็รักษาอารมณ์ของเราให้ ชิวๆ และ นอกจากดูกายแล้ว ต้องมีสติด้วยนะ
บางคน หลงว่า ตนเองจิตว่าง แต่ เป็น ความว่างที่ขาดสติมากำกับ .... อย่างนี้ ถือว่า ปฏิบัติมาผิดทาง
เอาใจช่วย ขอให้ แยก จิต สติ ความคิด ได้โดยเร็ววัน
To เสมา : เก่งมาก จับหลัก ของแนว Constructionism learning ได้แล้ว
การทำบ้านดิน เป็นแค่ out put เท่านั้น การค้นพบ จิต สติ ความคิด ค้นพบตนเอง การค้นพบนิวรณ์ธรรม (ติดสุข เครียด แค้น กังวล ฟุ้งซ่าน สงสัย ลังเล เบื่อหน่าย ฯลฯ) นั่นแหละ เป็น Outcomes ที่ยิ่งใหญ่ ของการเรียนรู้
การเรียนรู้เชิงประจักษ์ ก็เช่นกัน คือ ประจักษ์แจ้งที่กลางอก กลางใจของเรา ทำแล้ว รู้เท่าทันความคิด รู้เท่าทันอาการของจิต นี่แหละ เป็น Ultimate objective ของการเรียนรู้ หรือ ของ KM เลยก็ว่าได้
บ้านที่ ควรทำ คือ บ้านแห่งจิตที่แข็งแรงอยู่ภายในของเรานั่นเอง ซึ่ง ใช้ กำลังสติ เป็นตัวสร้าง ไม่ใช่ ตัวเรา ของเรา อัตตาของเรา เป็นผู้สร้างนะ
การเข้าใจเรื่องบ้านดิน เป็นเรื่องสมมติ การเข้าใจ และ ปรับปรุงแก้ไข ตนเอง นี่แหละ เป็นวิมุติ
ทั้ง สมมติ และ วิมุติ นี้ เป็นของที่ สมดุลย์กัน เหมือน หยิน กับ หยาง ..... " สมมติมากไป วิมุติก็เสียหาย วิมุติหายไป สมมติก็เสียหายเช่นกัน "
To : อจ Handy : ใช่เลยครับ จ๊าบจริงๆ