สวัสดีค่ะพี่อ้อยที่เคารพยิ่ง

แอมแปร์ต้องกราบขอโทษพี่อ้อยเป็นอย่างสูงเลยนะคะ ที่ไม่ได้เข้ามาตอบความเห็นนานข้ามปี เนื่องจากงานที่หนักเต็มสองมือมาตลอดจนแอมแปร์นึกขำๆว่าอยากให้มีมือที่สามมาช่วยจริงๆ 

งานมหาวิทยาลัยตอนนี้สุดยอดค่ะพี่อ้อย แอมแปร์สะกดคำว่า "ปิดเทอม" ไม่เป็นมาสองปีแล้ว ตั้งแต่ย้ายคณะและย้ายหลักสูตรจากนิเทศศาสตร์มาอยู่ครุศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาภาษาไทยนี้  แอมแปร์ก็แทบจะกลายร่างเป็นปลาหมึกเพราะงานยุ่งสุดยอดจริงๆ  แต่จะว่าไปแล้วก็สนุกดีค่ะพี่อ้อย  ถ้าเราปรับตัวให้เข้ากับการทำงานที่ต้องผลิตหลักฐานกันทุกกิจกรรมได้  ก็เพลินไปอีกแบบเพียงแต่จะทำให้เราเหลือเวลาน้อยลง ที่จะ "ทำให้ผลผลิต คือ นักเรียน ดีกว่าตนเอง"  เพราะเราต้องเอาเวลาไปคิด ไปเขียน ไปพิมพ์รายงานผลต่างๆ แล้วก็ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน รวมถึงรายงานงบประมาณทุกบาทที่ใช้ว่าได้ผลตามเป้าหรือไม่  แถมยังต้องสร้างความพึงพอใจให้กับผู้รับบริการและ สะ-เต้ก-โฮล-เด้อร์ อีกด้วย ^_^ 

เลยทำให้"ความเป็นครูที่ดี" พร่องไปบางส่วนค่ะพี่อ้อย เพราะต้องเอาเวลาหลายส่วนไปทำรีพอร์ตทุกรูปแบบ  แทนที่จะมีเวลาให้กับเด็กเต็มที่ ทีละคนและให้เวลาอย่างทั่วถึงทุกคน  ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้เลย  เพราะการทำรีพอร์ตต้องใช้เวลา ต้องคิด ต้องผลิต ในขณะที่เวลาที่เราจะต้องให้กับเด็ก ก็อยู่ในยี่สิบสี่ชั่วโมงเดียวกัน ...แอมแปร์นึกแล้วก็กลุ้มใจอยู่เนืองๆ..

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นครูที่ไม่เก่ง แต่เป้าหมายชีวิตของแอมแปร์ ก็คือ "การทำให้ผลผลิต คือ นักเรียน ดีกว่าตนเอง"  ให้จงได้  ดังที่พี่อ้อยสรุปเป็นข้อคิดไว้ให้อย่างน่าประทับใจ  ไม่ว่าจะแลกด้วยเวลาชีวิตอีกนานเท่าไหร่แอมแปร์ก็เต็มใจทำ และจะตั้งใจรออย่างมีความสุขเสมอค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่อ้อยมากๆนะคะที่แวะมาพร้อมกับความอบอุ่นอยู่เสมอ แม้ว่าจะยังไม่ได้พบกันในวันนี้ แต่วันข้างหน้ายังมี แอมแปร์เชื่อว่าสักวันคงได้พบกับพี่สาวที่เป็นแม่พิมพ์ในดวงใจคนนี้อย่างแน่นอน 

ขอให้พี่อ้อยมีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจและมีความสุขกับทุกสิ่งที่พี่ได้ทำนะคะ

เคารพรักยิ่งค่ะ

แอมแปร์