หวัดดีค่ะ means

มีหลายประเด็นเลย ค่อยๆไล่คุยไปนะ

1. ดีใจ ชื่นใจทุกครั้งที่เจอคนคุยภาษาเดียวกัน เห็นเป็นเรื่องธรรมดาจริงๆค่ะ คือ ธรรมดาที่เมื่อถูกใจก็ดีใจมีความสุข เมื่อไม่ได้ดังใจ เจอสิ่งที่ไม่อยากเจอ หรือไม่ได้เจอสิ่งที่อยากเจอก็ทุกข์ ไม่ใช่เพราะว่า "ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่คิดคล้ายๆกันอยู่แล้ว" จนทุกวันนี้พี่ก็ยังถูกรายล้อมไปด้วยคนที่คุยคนละภาษา คิดว่าตัวเองเป็นส่วนน้อยด้วย เพียงแต่ว่าเรารู้ของเราว่าพวกเราอยู่ไหน มิตรเราอยู่ไหน ยิ่งเวลาผ่านไปเราก็จะเจอพวกเดียวกันมากขึ้นเรื่อยๆค่ะ ไม่ต้องห่วง 

2. แต่การที่คนเราคิดไม่เหมือนกันนั้น พี่มองว่า diversity คือ beauty นะ จะให้มาเหมือนกันหมดไม่มีทาง คนเรามีเรื่องราว มี background ทุกคน ไม่ว่าคนๆนั้นเราจะมองว่าดีหรือเลว มองแบบนี้แล้วจะไม่ทุกข์นะ เวลาเจอคนที่เราไม่เห็นด้วยก็เก็บเป็น port folio ไว้ว่า เออ คนแบบนี้ก็มีด้วย แล้วเวลาผ่านๆไปก็จะเห็นว่า คนเรามันหลากหลายจริงๆ

3. อาจารย์เริ่มแบ่งเวลาเป็นได้อย่างไร: อันนี้ต้องให้ credit พ่อแม่มั้ง มันคงเริ่มเป็นเพราะพ่อแม่สอน อย่างเช่น ถ้าเรารู้ว่าตอนเช้าๆเราจะง่วง ไม่อยากทำอะไร แล้วก็รีบๆกลัวสาย เราก็ต้องจัดของที่จะใช้ตั้งแต่ก่อนเข้านอน บ้านพี่นี่ถ้าไปโรงเรียนแล้วลืมอะไร พ่อแม่ไม่กลับบ้านไปเอาให้นะ เพราะสอนไว้แล้วแบบนี้ (แล้วมันก็ไม่มีอะไรสำคัญมากพอที่จะไม่มีไม่ได้ด้วย - นอกจากเสื้อผ้าที่ใส่ไม่ให้โป๊)

4. การจัดการวางแผนว่าจะทำอะไรก่อนก็คือการ list มาให้หมดว่าต้องทำอะไร แล้วก็เรียนความสำคัญ มีกฎในใจว่า อะไรทำเสร็จภายในครึ่งชั่วโมงให้ทำเดี๋ยวนี้เลย ไม่ต้องดอง งานใหญ่ๆเรามักจะห่วงกว่า แต่มันยาก มันใช้เวลา ทำงานเล็กๆ หรือแบ่งงานใหญ่ๆให้ย่อยยิบเป็นขั้นเล็กๆก่อน อะไรทำได้ก่อนก็ทำ อย่ามัวไปกังวลงานใหญ่จนงานเล็กไม่ได้ทำ มันจะกลายเป็นไม่เสร็จซักอย่าง

5. อย่างเรื่องเขียน diary มันใช้เวลาไม่มากเลย หาสมุดมาซักเล่ม ที่พกได้ตลอดเวลาก็ได้ ไปไหนว่างเมื่อไหร่ก็เขียน เขียนทีละประโยค 2 ประโยคก็ได้ มีช่วงนึงพี่จะเขียนเก็บว่า "วันนี้ได้เรียนอะไรใหม่ ที่ไม่เคยรู้บ้าง" เอาแม่งทุกอย่างเลย ได้กินอะไรที่ไม่เคยกิน ได้เจอคนแบบที่ไม่เคยเจอ ได้ดูหนังแล้วรู้จักอะไรใหม่ๆ เอาหมด แต่นี้ก็เขียนได้แล้ว แล้วไม่ต้องกลัวไม่สวย การเขียนอะไรเละๆ เยอะๆ แต่เขียนเต็มหน้าก็ดู art ไปอีกแบบ

6. ส่วนเรื่องการทำสิ่งที่คิดว่าไม่ใช่ตัวเองอยู่นั้น พี่ว่าน้องลองเขียน diary สะท้องความรู้สึก ความคิดและ idea ตัวเองเรื่อยๆแล้วน้องจะเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อยๆว่าตกลงจะเอายังไงดี เราต้องนิ่งก่อน เห็นภาพให้ชัด แล้วถึงจะตัดสินใจได้ น้องเป็นคนที่คุยกับตัวเองบ่อยอยู่แล้ว พี่เชื่อ แต่ให้ลองเขียนดู แล้วการเขียนจะทำให้น้องคิดอะไรออก ตกผลึกได้อีกเยอะเลย : )

7. พี่แนะนำให้ดูหนังเรื่อง....Finding Foresster ดูไปรึยัง? ที่ Sean Connery เล่น