เท่าที่อ่านเป็นมุมมองหนึ่งที่มองภาพเหตุการณ์ที่เกิดในทิศทางเดียวกันที่สังคมกำลังมองดูอยู่

 

จะต่างกันก็ข้อความนี้

 " ในขณะเดียวกันผมก็เห็นใจคนกลุ่มนี้ ที่ส่วนใหญ่มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถูกกดขี่หรือใช้ความไม่เป็นธรรมจากระบบอำมาตย์ ก็คือ ข้าราชการ หรือนักการเมือง ซึ่งเดือดร้อนจริงๆ แต่ก็ถูกคนกลุ่มหนึ่งนำมาเชื่อมโยง เพื่อเรียกร้องประโยชน์ให้คนเพียงคนเดียว ด้วยการอาศัยความเดือนร้อนของประชาชนมาบังหน้า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง" ศ.พิเศษ ศรีศักร กล่าว

 

ส่วนใหญ่แล้วเสื้อแดงที่มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกิดจากการชักจูงของหัวคะแนนและ ส.ส. ของพรรค โดยมีผลตอบแทนให้รายหัวละ 2000 บาทต่อ 1 รอบ (2-3 วัน)

การชุมนุมครั้งนี้ถ้าไม่มีเงินอย่างเดียวก็ไม่สามารถทำการชุมนุมได้เพราะทุกอย่างเอาเงินเป็นตั้วตั้ง

 

การที่รัฐบาลลดตัวไปเจรจากับแกนนำเป็นเพียงลดการกดดันช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น

 

จากข้อเขียนของผู้เขียนที่กล่าวว่า

 

   เมื่อผู้เขียนฟังแล้วทำให้นึกถึง เนื้อหาของการเจรจาทั้ง  2 ครั้งที่ผ่านมา ไม่เห็นใครพูดถึงทุกข์ของชาวบ้านเลย  มีแต่พูดถึงประชาธิปไตย  พูดถึงการแก้รัฐธรรมนูญ  พูดถึงว่าจะยุบไม่ยุบสภา ฯลฯ เป็นต้น ประหนึ่งว่าสิ่งเหล่านี้   ถ้าได้ทำแล้วมันจะนำความร่มเย็นเป็นสุขมาสู่ประชาชนหรือประเทศชาติ ฉะนั้น

 

ขอทำความเข้าใจว่า การที่แกนนำเสื้อแดงพาคนมาชุมนุมมีวัตถุประสงค์เพื่อล้มล้างรัฐบาล และเป้าหมายต่อไปคือเปลี่ยนแปลงการปกครองล้มล้างสถาบันตามที่อดีตนายกที่หนีคุกต้องการ

 

คนที่มาชุมนุมอย่างยืดเยื้อเพราะเขามีเงินให้ มีอาหารเลี้ยง ดีกว่าอยู่บ้านเฉยๆ

 

คุณลองนึกดูว่าทั่วประเทศชมการถ่ายทอดการเจรจาเพื่อยุติศึกระหว่างแกนนำเสื้อแดงกับท่านนายก แล้วทั้งสองฝ่ายพูดถึงคนจนว่าชาวนาชาวไร่ถูดกดขี่ ต่อไปนี้จะเลิกกดขี่ ขอให้สลายการชุมนุมไป จะเป็นเรื่องขำตาย ปัญหาเกิดจากเรื่องหนึ่งแต่กลับไปพูดอีกเรื่องหนึ่งในสถานะการณ์ที่คับขัน

 

การพูดเรื่องชาวนาถูกกดขี่เป็นวาทกรรมของพรรคคอมมูนิสต์เขา

และเป็นเรื่องที่ถูกกดขี่ระหว่างชาวนากับนายทุน มิใช่ชาวนากับรัฐบาลคะ