ความเห็น


ขอบคุณคุณ
P

มากครับ

  • ดีใจจังที่แสดงความเห็นมายาวและหลายประเด็น ครับ
  • ผมเองคิดเอาเองว่าในเมื่อก่อนตอนสร้างเมือง กทม. มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่สร้างไว้ ก็คงไม่เชื่อมติดก่อนกันซะทีเดียว แต่พอมีหลายๆ อย่างเพิ่มมากขึ้น หลายๆ อย่างเหล่านั้นก็จะถึงกันเชื่อมกันโดยตึกอาคารและถนนต่างๆ เพราะอาจจะไม่ได้คิดในเรื่องการเจริญเติบโต หรือคิดไว้แล้วก็ได้ครับ ประกอบกับจำนวนคนยังไม่มาก และอีกอย่างสร้างไว้ไกลก็ต้องเดินทางไกล เสียเวลาในการเดินทางเช่นกัน
  • แต่ปัจจุบันการเดินทางก็สะดวกมากขึ้น แต่หากแหล่งต่างๆ อยู่ไกลก็เสียค่าใช้จ่าย ในเมืองใหญ่เลยเกิดปัญหาหลายๆ อย่างอยู่รวมกัน
  • จริงๆ แล้วตอนนี้ในเมืองไทย ก็มีมหาวิทยาลัยกระจายกันอยู่ทั่วประเทศแล้ว ผมคิดว่าเป็นข้อดีข้อหนึ่งก็ว่าได้ หากเราปรับสภาพให้ทุกๆ ที่มีศักยภาพเท่าเทียมกันเท่าที่จะมากได้ ในการถ่ายเทบุคลากรให้มีการแลกเปลี่ยนกัน สร้างความสมดุลระหว่างในเมืองกับนอกเมืองให้เกิดครับ ระหว่างเมืองใหญ่และชนบทให้เกิดครับ ที่จะสามารถรองรับนักศึกษาในสาขาต่างๆ ให้ได้
  • ทำให้นักศึกษาส่วนหนึ่งศึกษากันในพื้นที่ของตัวเองก็ได้และไม่มีปัญหาเรื่องความแตกต่างมากนัก ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ทำให้การหลั่งไหลเข้าเมืองลดลงครับ ในระยะยาว
  • สำหรับแหล่งงานทำก็เช่นกันครับ เมื่อมีการขยับขยายของแหล่งงาน หรือว่าการสร้างงานให้เกิดในภาคชนบท ก็อาจจะมีส่วนทำให้แรงงานเข้าเมืองลดลงครับ เพราะคนมีงานทำแม้เงินจะไม่เยอะ แต่อยู่ได้ตลอดเดือน เข้า กทม.เงินเดือนเยอะก็ใช้จ่ายเยอะ ไม่มีต้นกล้วยให้ปลิดกินได้อย่างชนบทครับ ทุกอย่างต้องซื้อ หากพิจารณาว่าในหนึ่งเดือนเราเหลือมากน้อยแค่ไหน ได้มามากก็จ่ายไปมาก
  • ก็จะช่วยลดจำนวนคนใน กทม ได้มากขึ้นครับ ผมสังเกตเอาตามวันสำคัญต่างๆ ที่ทำให้ กทม.เงียบนะครับ เช่น สงกรานต์ คนส่วนใหญ่กลับบ้านกัน ลองจินตนาการดูว่า หากคนเหล่านั้นมีงานทำที่บ้านกันหมด ผมก็ยังเชื่อลึกๆว่า แต่ละคนก็คงอยากทำงานใกล้บ้าน ใกล้ญาติ ส่วนคนที่รักเมืองกรุงมากๆ อันนี้ไม่เป็นไรให้โอกาสเค้าเข้ามาทำงานในเมืองครับ
  • ผมเชื่อว่าในที่สุดถนนใน กทม จะมีพื้นที่ให้รถวิ่งแบบโล่งสบายได้ครับในระบบที่เป็นอยู่ ปล่อยให้ กทม เป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งวัฒนธรรม และก็แหล่งท่องเที่ยว แล้วก็ศูนย์บริหารงานทางรัฐ เราจะหายใจสะดวกมากขึ้น
  • กทม.ก็ต้องเตรียมแหล่งสีเขียวให้กระจายตัวไปทั่วเมืองครับ เพราะสิ่งนี้คือสิ่งสำคัญที่ละทิ้งไม่ได้ครับ
  • สำหรับแม่น้ำ ก็ต้องหาทางบำบัด อาจจะต้องสนับสนุนในการทำวิจัยในการนำไปสู่การบำบัดน้ำให้ดีขึ้น แล้วทำให้เกิดการเดินทางทางน้ำมีศักยภาพแล้วคนก็หันมาใช้มากขึ้น ก็น่าจะเป็นไปได้ครับ ผมไม่ได้ศึกษาในเรื่องเหล่านี้ครับ แต่เชื่อว่ามีคนในเมืองไทยศึกษาอยู่ครับ ในเรื่องการบำบัดน้ำเสียด้วยสิ่งมีชีวิตนะครับ แต่ก็ต้องรณรงค์ให้คนรักษ์แม่น้ำด้วยครับ
  • แล้ว กทม.จะถูกถอดชื่อออกจากบัญชีดำของเมื่องแห่งจราจรติดขัด ของโลกได้ครับ
  • ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ต้องทำในระยะยาวและระยะสั้นผสมกันไปครับ จะคิดกันเพียงช่วงปีสองปีคงทำไม่ได้ครับ
  • ขอบคุณมากครับ เขียนไว้อีกนะครับ เผื่อได้หาแนวทางรวมกันนะครับ หากความคิดที่นี่นำไปสู่ทางออกที่ดีได้ วันหนึ่งคุณมีโอกาสได้บริหารบ้านเมือง อาจจะได้นำมาทบทวนคิดกันดูนะครับ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี