ผมเห็นด้วยครับว่า KM ของไทยน่าจะมีโอกาสดีกว่า หรืออาจจะเรียกว่า เราเดินมาถูกทาง เพราะเราได้รับการสนับสนุนจากขุมพลังปัญญาในระดับรากหญ้าในชนบท และนักวิชาการในเมือง อย่างไรก็ตาม ผมก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่า หากไม่มีบุคลากรด้าน IT เข้ามาร่วมผลักดันให้มากกว่านี้แล้ว KM ของไทยจะไปไม่ได้ไกลหรือรวดเร็ว เพราะเราจะขาดนัก technology ที่จะเข้ามาเป็น engine ที่สำคัญสำหรับการผลักดันงาน KM ให้ก้าวไปสู่การทำ KB หรือ Knowladge Based ต่อไป ผมจึงอยากเห็นสูตร KM ในเมืองไทย ดังนี้ (นัก)วิชาการสร้างสรรค์ รากหญ้าคัดสรรค์ และ(นัก)ไอทีบันทึกฐาน ครับ