เจริญพร ครูดี (จริงๆ)

อาตมาจะไม่ขอตอบคำถามที่ "ครูดี" กรุณาถามพวกเราว่า "เมื่อไ่ม่ได้รับความเป็นธรรม เราจะร่วมมือ หรือวางมือดี" แต่สิ่งที่อาตมาอยากจะร่วมแบ่งปัน คือ "อำนาจ" อำนาจโดยทั่วไป มี ๒ อย่าง คือ อำนาจที่เกิดจากตำแหน่ง หรือที่มากับตำแหน่ง (Position Power) กับ อำนาจส่วนตัว หรืออำนาจเฉพาะตัว (Personal Power) ผู้บริหารมักจะใช้อำนาจทั้งสองเป็นเครื่องมือในการบริหาร แต่ปัญหาที่เกิดก็คือ เรามักจะใช้อำนาจสองอย่างผิดที่ผิดทาง กล่าวคือ บางสถานการณ์แทนที่จะบริหารโดยใช้ตำแหน่งกลับใช้เรื่องส่วนตัวไปตัดสินใจ กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง

เมื่อเห็นความไม่ชอบมาพากลจากการใช้อำนาจ เราอาจจะใช้กุศโลบายอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อกระตุ๊กหนวดแมว แต่ธรรมชาติของแมว คือ ความดื้อ (ตามสายตามนุษย์) เมื่อ ดึงบนลงล้าง ดึงล้างขึ้นบน ดึงหัวไปทางหาง เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะผู้บริหารแบบนี้ คิดว่ามีอำนาจเหนือเรา (Power Over) จึงไม่ใส่ใจต่อข้อคิดเห็น หรือควาห่วงใจของเรา แม้เราจะหากุศโลบายแล้ว ถ้าโชคดี เจ้านายบางคนที่มีหิริโอตตัปปะ หรือเกรงกลัวต่อการทำชั่ว ก็อาจจะระมัดระวัง และใส่ใจการใช้อำนาจมากขึ้น

ปัญหาคือ ผู้บริหารที่ขาดธรรมาภิบาลจะทำอย่างไร หน้าที่ของเราไม่ใช่ "เอาหูไปนา เอาตาไปไร่" แต่คือการดูสถานการณ์ หรือรอเวลาที่เหมาะสม (อุเบกขา) โดยใช้ปัญญาเข้าไปวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามหลักอริยสัจ ๔: คืออะไร เกิดจากอะไร จะหมดปัญหาอย่างไร และจะแก้โดยวิธีใด

หากความผิดที่เกิดจากการใช้อำนาจทั้งสองอย่างได้ก่อให้เกิดผลเสียต่อ องค์กร หน่วยงาน สังคม และชาติบ้านเมืองจนยากที่จะเยียวยาได้แล้ว เรามีเครื่องมือหลายอย่างที่บัญญัติเอาไว้ในกฏหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก เพื่อจะดำเนินการจัดการกลุ่มคนดังกล่าว ซึ่งมีทั้งเปิดเผยตัวเรา และไม่จำเป็นต้องเปิดเผย

แต่ปัญหาก็คือ เรามีความ "กล้าหาญทางจริยธรรม" มากน้อยเพียงใด ที่จะเข้าไปช่วยเหลือประเทศชาติของเรา สังคมของเรา และเพื่ออนาคตที่ดีกว่า การเกิดเป็นมนุษย์นี่ยากแล้ว แต่สิ่งที่ยากกว่านั้นก็คือ การใช้คุณค่าของความเป็นมนุษย์ในการช่วยเหลือประเทศชาติ และสังคม สักวันหนึ่ง มนุษย์ทุกคนจะต้องตายตามกฎธรรมชาติ แต่ก่อนจะตายถ้าเราได้สร้าง "ธรรมเจดีย์" หรือ "อนุเสาวรีย์แห่งความดีงาม" เอาไว้ให้ลูกหลาน และอนุชนรุ่นหลัง เราคิดว่า "คุ้มค่ากับการเกิดมาเป็นมนุษย์" หรือไม่?