ขอบพระคุณค่ะคุณ
ณัฐวรรธน์ ที่ท่านบอกว่า
ผมคิดอยู่เสมอว่า ความรู้เหมือนหนังสือ เรื่องราวดีๆ ถึงแม้ภาษาไม่สละสลวยแต่ก็มีข้อคิดดีๆ แอบแฝงอยู่ แต่ถ้าเราใช้อารมณ์ในการอ่าน อ่านแล้วไม่ชอบใจ ไม่สนุก ไม่ตื่นเต้น ไม่เร้าอารมณ์และความรู้สึก ก็ไม่อยากอ่าน แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราข่มอารมณ์และความรู้สึก บ่มจิตใจด้วยความเพียรที่จะอ่านให้จบ เราจะได้ทั้งความรู้และข้อคิด แต่คนเราโดยส่วนมาก มักเลือกอ่านในตอนที่จิตกระทบกับเหตุการณ์ ทำให้เกิดอารมณ์ที่อยากอ่าน เพียงเพื่อบำเรอความอยากทางอารมณ์ เอามาแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าเท่านั้น และในขณะที่เราอ่านเพื่อบำเรอความอยากทางอารมณ์ เอามาแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เราจะเห็นถึงคุณค่าของหนังสือเล่มนี้ เมื่อเราได้นำมันมาใช้เท่านั้น ซึ่งบางที กาลเวลาทำให้ข้อความลบเลือนไปหรือฉีกขาดไป กว่าจะรู้ว่ามันดีก็คงสายเสียแล้ว
ทำให้หนูคิดย้อนถึงตนเอง เมื่อก่อนเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมาก ๆ ค่ะ อ่านทั้งนิยาย เรื่องสั้น สาระความรู้ การท่องเที่ยว การ์ตูน สารพัดรูปแบบโดยเฉพาะหลัง ๆ ก่อนที่จะรู้จักครู หนูหันมาอ่าน ที่เกี่ยวกับข้อคิดปรัชญา การพัฒนาตนเอง การปรับตัว การพัฒนาสมอง ธรรมะเล่มต่าง ๆ แค่ยังไม่ได้อ่านพระไตรปิฏกเป็นเรื่องเป็นราว
พอมารู้จักครู ท่านเอาหนังสือให้เล่มหนึ่งค่ะคือ อิทัปปัจจยตา เพราะตอนนั้นหนูไปบ้านท่านช่วงระหว่างรอท่านบอกว่าทำตัวตามสบาย หนังสือในตู้ก็อ่านได้ ระหว่างที่ครูทำธุระ หนูจึงหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน
พอท่านออกมาท่านบอกว่า "พี่ยกให้" หนูรู้สึกประหลาดใจแต่ก็ขอบพระคุณแล้วก็ถือกลับมาที่บ้าน
พอมาถึงที่บ้านหนูจริง ๆ หนูก็เปิดอ่านไม่กี่ครั้ง หลายเดือนผ่านไปก็อ่านไม่จบสักที เลยเล่าให้ครูฟังแบบ ขำ ๆ ว่า ตั้งแต่ได้หนังสือ อิทัปปัจจยตา จากครูไปหนูยังอ่านไม่จบเลยค่ะ ท่านเอ่ยกับหนูว่า
"เลิกอ่านซะ"
หนูรู้สึกงงเป็นไก่ตาแตกแล้วคิดว่า "อ้าว ถ้าไม่ให้หนูอ่านแล้วให้หนูมาทำไม"
ท่านบอกว่า อ่านหนังสือมากขนาดไหน จำได้มากขนาดไหน ก็ไม่พ้นทุกข์ แม้หนูจะจำพระไตรปิฏกได้ทั้งเล่ม เล่าได้เป็นฉาก ๆ วิเคราะห์ วิจารณ์ สารพัด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หนูพ้นทุกข์
คำพูดนี้ของครูเรียกความสนใจหนูได้มากแล้วเกิดคำถามขึ้นมาในตอนนั้นว่า "แล้วหนูต้องทำยังไงหล่ะ ในใจหนูถามแบบนี้"
ครูเอ่ยต่อว่า "ก็ต้องมีศีล มีสมาธิ ถึงจะมีปัญญา พ้นทุกข์"
ครานี้ใจหนูแฟ๊บลง เพราะอะไรรู้ไหมค่ะ ก็ตอนนั้นหน่ะ
คนที่เข้าวัดใน มโนภาพของหนูคือ คนแก่ ๆ ใส่ชุดขาวไปถอศีล แล้วก็กลับบ้านมาทะเลาะกะคนข้างบ้านเหมือนเดิม
แล้วใจหนูก็คิดขึ้นมาว่า "เฮอะ ๆ ถ้าต้องเป็นแบบนี้ ไม่เอาดีก่า"
แต่ตอนนั้นหนูก็ไม่ได้เอ่ย อะไรกับครูนะคะ แค่คิด ๆ และเก็บไปคิดต่อ เห็นไหมค่ะ หนูโง่ดักดาน ขนาดนี้เลยค่ะ ทั้ง ๆ ที่ ครูท่านเมตตามาก ๆ
มาต่อที่บันทึกนี้เลยค่ะ => วางตำรา แล้วหันมาอ่านใจ