ความเห็น


พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)

ลานปัญญาคนหนองบัว-ลานวัดหนองกลับ

เจริญพรอาจารย์วิรัตน์ชาวหนองบัวและผู้อ่านทุกท่าน

ก่อนอื่นก็ขอแสดงความยินดีกับชาวหนองบัวที่มีเวทีเกิดใหม่อีกแห่งหนึ่งอันจะเป็นที่เรียนรู้ร่วมกันของคนบ้านเรา เชิญทุกท่านและโดยเฉพาะคนหนองบัวที่มีประสบการณ์มาแบ่งปันความรู้ให้ลูกหลานคนหนองบัวนี่คือลานปัญญเป็นเรื่องความรู้ประสบการณ์และสร้างสรรค์หลายท่านเป็นบุคคลที่ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานการดำเนินชีวิตเป็นบุคคลที่มีคุณค่า ประสบการณ์ของท่านจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอีกหลายคน มิได้หมายความว่าผลสำเร็จแห่งชีวิตที่กล่าวถึงนี้จะต้องเป็นคนใหญ่คนโตร่ำรวยอะไรเป็นเรื่องที่เรามีอยู่ทำอยู่นี้ก็ถือเป็นความสำเร็จของแต่ท่านอยู่แล้ว เรามาร่วมกันสร้างสรรค์เพื่อหนองบัวของเรา พวกเรามิใช่ใครอื่นคนไกลคนกันเองทั้งนั้น เจริญพรขอเชิญชวนตรง ๆ ซื่อ ๆ อย่างนี้แหละพี่น้อง

ขอบคุณคุณจตุพรที่ตั้งชื่อเวทีคนหนองบัวว่าลานปัญญาของคนหนองบัว ลานวัดหนองกลับก่อเกิดสิ่งดี ๆ มากมายความเป็นหนองบัวความเป็นชุมชน ความเป็นเมืองหนองบัว คำขวัญของอำเภอหนองบัวนั้นเกือบจะทั้งหมดรวมอยู่ที่วัดหนองกลับ-ลานวัดแห่งนี้มี

๑. ก่อนเป็นอำเภอหนองบัววัดหนองกลับเป็นที่ทำการกิ่งอำเภออยู่ ๔ ปี โดยใช้กุฏิพระเป็นออฟฟิชสำนักงานข้าราชการงานเมืองโดยในสมัยนั้นหลวงพ่ออ๋อย สุวณฺโณ(พระครูนิกรปทุกมรักษ์ )เจ้าคณะอำเภอหนองบัวเป็นเจ้าอาวาส

๒. วัดหนองกลับเป็นวัดที่มีพระเถระผู้ใหญ่บริหารพระศาสนาโดยดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอรูปแรกก็คือหลวงพ่ออ๋อย

๓. โรงเรียนแห่งแรกของอำเภอหนองบัวตั้งอยู่ในพื้นที่วัดหนองกลับโดยหลวงพ่ออ๋อยซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในขณะนั้นบริจาคที่ดินให้เพื่อสร้างโรงเรียนและผู้ก่อตั้งโรงเรียนหนองบัวเทพวิทยาคม(โรงเรียนอนุบาลหนองบัว)ก็คือท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก(ห้อง ชาตสิริ ป.ธ. ๖ ท้วมเทศ) อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งท่านเป็นคนเนินพลวงตำบลหนองกลับ อำเภอหนองบัว

๔. ลานวัดแห่งนี้เป็นสถานศึกษาแห่งแรกของท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายกซึ่งขณะนั้นท่านมีอายุ ๘ ปีได้ศึกษาภาษาไทยกับพระหัด ท้วมเทศ ซึ่งเป็นพระพี่ชายของท่านเอง ๕. วัดหนองกลับมีสระน้ำขนาดใหญ่สองสระประมาณ ๒๐ ไร่เป็นแหล่งน้ำสำหรับบริโภคใช้สอยของคนทั้งอำเภอเรียกว่าสระน้ำหลวงพ่ออ๋อยคนรุ่นเก่าเล่าให้ฟังว่าใครกินน้ำสระหลวงพ่ออ๋อยแล้วจะต้องกลับมาหนองบัวอีก

๖. วัดหนอบกลับมีศาลาการเปรียญขนาดใหญ่เสาร้อยกว่าต้นเสามีขนาดคนโอบรอบสร้างโดยหลวงพ่อเดิมและแรงศรัทธาความสามัคีของคนหนองบัว

๗. ลานวัดหนองกลับถือเป็นเมืองหนองบัวเป็นศูนย์รวมจิตใจเพราะอะไรเพราะคำขวัญวรรคแรกที่ว่า หลวงพ่อเดิมสร้างเมืองและด้วยความจริงก็คือหลวงพ่อเดิมท่านสร้างศาลาการเปรียญวัดหนองกลับแต่ชาวหนองบัวถือว่านี่คือการสร้างเมืองหนองบัวนั่นเอง

๘. ลานปัญญาแห่งนี้ได้สร้างปัญญาเบื้องต้นแก่คนบ้านนอกบ้านป่าจนต่อมาได้เป็นผู้นำและบริหารกิจการพระศาสนาที่ถือว่าสูงสุดในระดับจังหวัดนั่นก็คือท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ ด้วยข้อมูลที่อาตมามีอยู่ตอนนี้และอยู่ไกลบ้าน ด้วยยังไม่ได้ตรวจสอบเอกสารอย่างครบถ้วน แต่มีความเห็นส่วนตัวว่า ท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก ท่านน่าจะเป็นคนแรก ๆ ของหนองบัวที่ได้เดินทางไปศึกษาถึงกรุงเทพมหานครเมื่อเกือบร้อยปีที่ผ่านมา

๙. ลานปัญญาหรือคือโรงเรียนหนองบัวเทพวิทยาคม(โรงเรียนอนุบาลหนองบัว)แห่งนี้เป็นแหล่งสร้างบุคลากรแห่งแรกของชุมชนและปัจจุบันท่านเหล่านั้นมีบทบาทเป็นกำลังสำคัญทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติมากมาย

๑๐. ลานแห่งนี้เป็นสถานที่ฝึกฝนอบรมกุลบุตรที่เข้ามาบรรพชาอุปสมบทกับหลวงพ่ออ๋อยตั้งแต่รุ่นปู่จนถึงรุ่นเหลนทั้งอำเภอและจังหวัดใกล้เคียง กุลธิดามีที่เรียนหนังสือหลวงพ่ออ๋อยไม่มีลูกก็จริงแต่ลูกท่านมีทั้งอำเภอคือชายเป็นลูกศิษย์ทั้งบวชและศิษย์วัดฝ่ายหญิงหลวงพ่ออ๋อยสร้างโรงเรียนประจำอำเภอให้มีที่เรียน และเมื่อจะออกเรือนมีคู่ครองลูกหลานมักนิยมให้ลูกหลวงพ่ออ๋อยผูกข้อมือวันแต่งงานเพื่อเป็นศิริมงคลในการเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่.

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี