ไม่รู้ผมจะบ้าไปหรือเปล่า...ลองนั่งวิเคราะห์กันฉากต่อฉาก ตอนแรกผมว่า คุณยายน่าจะหัวใจวายตายไปตั้งแต่ตอนที่รู้ข่าวว่าไฟไหม้แล้วล่ะ เราก็จะเหลือ 8 คนพอดี ...ทีนี้ลองคิดต่อไปอีกว่าถ้าแกยังไหวล่ะ เราจะทำยังไงกันต่อ แผนขั้นต่อไปของผมคือ พยายาม ล็อบบี้ทุกคนในกลุ่ม ทำยังไงก็ได้ให้ยายอาการแย่ลง อาทิเคิ้ล เอ้ย อาทิเช่น แกล้งทำผีหลอก คุยเรื่องการเมืองน้ำเน่า เขาพระวิหาร ยุให้แกตบตีกับตา พูดถึงปมด้อยของยายบ่อยๆ ...

     แล้วถ้าหากว่ายายไม่ตายอีกล่ะ เราจะทำยังไง ผมวางหมากไว้แล้วว่าจะให้ทำอะไรกันบ้าง ลองมาดูกัน

     พ่อ : ในฐานะนายทหารปืนใหญ่ สุขภาพแข็งแรง ผมจะให้พ่อลงไปว่ายน้ำแล้ว คอยเกาะแพพวกเราไว้

     ลูกชาย : คอยสลับกับพ่อลงไปว่าย และอีกหนึ่งภารกิจที่ต้องทำคือเขาจะต้องไปยังเศษซากเรือ ค้นหาวัสดุอุปกรณ์มาประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์ตามหลัก สถาปัตยกรรมที่มันได้ร่ำเรียนมา น่าจะนำพาให้พวกเรามีความหวังในการ เอาชีวิตรอด

ปู่และตา : อาจต้องเสียสละลงไปว่ายผลัดฟรีสไตล์ร่วมกับพ่อและลูกชายสุดรัก (ปู่และ ตาน่าจะคิดได้แล้วแหล่ะว่าแกคงไม่ได้แก่ตาย อิอิ)

ย่า : ซึ่งเคยเป็นพยาบาลแผนกฉุกเฉิน อาจต้องหวนกลับมาใส่ชุดขาวเป็นคู่ดูโอ้ พยาบาลที่แก่ที่สุดในโลก คอยเป็นพยาบาลดูแลอาการของยาย พ่อ ลูกชาย และทุกๆ คน

แม่ : ครูแนะแนว ผู้ที่จะคอยคิดหาแนวทางในการเอาชีวิตรอดให้กับทุกคน

ลูกสาว : เรียนสาขาวิทยาศาสตร์ อยู่บนแพคอยคิดหาแนวทางตามหลัก วิทยาศาสตร์ร่วมกับแม่ ในการนำพาทุกชีวิตให้อยู่รอดและรับมือกับ ธรรมชาติรอบๆ ตัว

หลานสาว :  อยู่อนุบาล อายุ 5 ขวบ ไม่รู้ลูกเต้าเหล่าใคร มันมาจากไหน นี่แหล่ะคือ อาหารอันโอชะของพวกเราทุกคน 555 (จับเอามาย่าง เกรียมๆ แล้วแบ่งกัน กิน พวกเราน่าจะมีชีวิตอยู่ได้ต่อไปอีกอย่างน้อยก็ 4-5 วัน)

     เอาล่ะทีนี้แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกันหมดทุกคนแล้ว พวกเราน่าจะรอดชีวิตกันได้ทุกคนแล้วล่ะ เหตุการณ์น่าจะจบลงด้วยดี ถ้าผมไม่ได้ฉุกคิดและเปิด เวป google พบว่าไอ้มหาสมุทร แปซิฟิคใต้ที่ว่ามันมีแต่น้ำแข็ง...

     นั่นไง ตูว่าแล้ว โอ้ว..แม่เจ้า สภาพศพพวกเราคงไม่ต่างจากลูกเรือไททานิคเป็นแน่แท้...นี่ถ้าไม่มีไอ้เวป google บ้าๆ นี่พวกเราก็คงรอดกันหมดแล้ว อิอิ

บทส่งท้าย

     ที่สุดแล้วเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ สอนให้เรารู้จักเสียสละสิ่งที่มีค่าสูงที่สุดนั่นก็คือชีวิต การได้เสียสละและตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย คนที่มีพระคุณเลี้ยงดูเรามา ทุกชีวิตไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ชาย หญิงสาว หรือคนชรา ทุกชีวิตล้วนมีค่ามีความหมาย และคงไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้

     เมื่อคุณอยู่ในสถานการณ์ที่คับขันก็ควรที่จะมีสติ ประกอบด้วยศีล สมาธิและปัญญา ใคร่ครวญไตร่ตรองพิจารณาถึงเหตุและผล ตั้งมั่นอยู่ในความดีและความถูกต้อง ถึงแม้คุณอาจต้องเสียสละชีวิตของตัวเอง แต่ก็เชื่อเถอะว่าทุกๆ คน ยังจดจำความดีของคุณได้...

     อันความดี ทำไว้ กับใครนั้น                ไม่มีวัน ลับหาย ในภายหน้า

     กายอาจเลือน ลับหาย จากสายตา         ดีไม่ลา ลับหาย จากสายใจ

                                

                          สวัสดีปีใหม่ 2553 ครับ