กราบเรียนท่านทนายความ ธัญศักดิ์ ณ นคร
ดิฉันอยากจะสอบถามเรื่องการบุกทางสาธารณประโยชน์ซึ่งเป็นสาธารรสมบัติของแผ่นดิน ที่ประชาชนใช้ร่วมกันมาเป็นระยะเวลากว่า 30, 40 ปี เป็นางเข้า - ออก ดิฉันขอบ้านข้างในได้รับความเดือดร้อนมาก เนื่องจากบานคนที่อยู่ข้างนอกเขาไปแอบทำเป็นโฉนดที่ดินเมื่อปี 36 ที่ดินของเจ้าของบ้านหลังนี้มีที่ดินติดกับทางสาธารณประโยชน์ ซึ่งแต่ก่อนเคยกว้าง 6-7 เมตร รถบรรทุกสิบล้อเข้า-ออกได้สบายมาก ตั้งแต่เขาไปออกเป็นโนดที่ดินก็ทำให้ทางสาธารณประโยชน์แคบลงเหลือเพียงแค่ 3 เมตร พอไปเจรจากับเขาเขาก็พูดด้วยวาจา และท่าทางที่ไม่สุภาพ ดิฉันซึ่งตอนนี้ก็อาศัยอยู่บ้านหลังข้างในกับพี่ 2 คน และทางสาธารณประโยชน์นี้ก็มีการใช้ประโยชนืเรื่อยมา มีประชาชนใช้เข้า - ออก อยู่ตลอด แต่บ้านคนที่รุกล้ำทางสาธารณประโยชน์นั้นเคยเป็นผู้นำหมู้บ้าน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. และนายก อบต. ดิฉันก็เกรงกลัวอิทธิพลของเขาเหมือนกัน แต่ก็รวบรวมความกล้าแล้วไปร้องเรียนกับนายอำเภอที่ศูนย์ดำรงธรรม เพราะดิฉันไม่อยากเห็นความไม่ถูกต้องนี้ พอนายอำเภอส่งเรื่องเพื่อแจ้งไปยังหน่วยงาน อบต. ทางนายก อบต.ก็เรียกให้ดิฉันซึ่งเป็นผู้ร้องเรียนและฝ่ายที่ถูกร้องเรียนมาเจรจาไกล่เกลี่ย แต่พอดิฉันพูดอะไรออกไปทางนายก อบต.และปลัด สอบต.ก็โต้กลับมาแล้วหนูก็ไม่ได้มีความรู้ทางด้านกฏหมายที่ลึกซึ้ง และก็ไม่เคยมีประวบการณ์เรื่องแบบนี้เลย ครั้งนี้เป็นครั้งแรก แล้วดิฉันจะหาคำพูดใดมาคัดค้านหรือโต้เขากลับ เหมือนกลับว่าดิฉันเป็นเด็กที่ไม่รู้อะไร พูดอะไรไปก็ไม่มีน้ำหนัก พอดิฉันพูดอะไรไปก็จี้คำพูดจนดิฉันจนมุม แต่พอทางฝ่ายผู้บุกรุกทางสาธารณประโยชน์พูดบ้างก็ไม่เห็นจะถามคำถามที่จี้เขาจนจนมุมเลย เพราะว่าดิฉันไม่ศรัทธาในหน่วยงานนี้ดิฉันถึงได้ไปร้องเรียนกับนายอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมไงคะ และเขาก็พยายามจะพูดให้ดิฉันยอมความเพื่อจะได้ไม่ต้องเอาเจ้าหน้าที่ที่ดินมา เขาพยายามจะให้เจ้าหน้าที่ที่ดินมาแต่ไม่เป็นทางการ เขาไม่ดูเลยว่าเอกสารหลักฐานที่ดิฉันเตรียมมาคือ ระหว่างแผนที่ซึ่งเป็นอันแรก และระหว่างแผนที่ที่เขาไปออกเป็นโฉนดที่ดินซึ่งเกิดขึ้นมาทีหลังเขาไม่เขามาเปรียบเทียบเลย ก็ดูแต่อันที่เกิดขึ้นมาทีหลัง ถ้าดูแต่หลักฐานอันนั้นแล้วดิฉันจะมาร้องเรียนให้เป็นเรื่องทำไมคะ แล้วคนสมัยก่อนเขาจะสร้างประตูที่มีนกว้างกว่าทางเข้าบ้านหรือ คนสมัยแต่ก่อนเขาฉลาดแต่ไม่ทันเทคโนโลยีสมัยนี้ เพราะเทียบกับสมัยนั้น เอกสาร นส3 ก. ก็เป็นเอกสารหลักฐานที่มีภาพถ่ายทางอากาศและมีหลักหมุด ชัดเจนมากกว่า เอกสาร นส3 ใช่ไหมคะ แล้วให้เรียกอดีตกำนันที่เซ็นต์รับรองทางสาธารณประโยชน์ให้มาพูดคุยชี้แจงว่าคุณเซ็นต์ไปยังงั้นคุณรู้เหรอว่าทางสาธารณแห่งนี้ความกว้างมันเท่ากับ 3 เมตร แต่เขาก็ไม่ยอมเชิญมาคุยกลับบอกว่าท่านแก่แล้วคงจำไรไม่ได้ซะงั้น ก็ในเมื่อแอบไปโกงให้มันถูกกฏหมาย แต่ถ้ารู้ตอนที่ไปทำเมื่อปี 36 รับรองได้ว่าต้องมีคนคัดค้านแน่นอน ที่ของหลวงตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้หรอก ที่สาธารณประโยชน์ผู้ใดจะครอบครองมิได้ไม่ใช่เหรอคะ ไม่มีการสิ้นของความเป็นที่สาธารณประโยชน์ และจะยกความขึ้นสู้ต่อศาลไม่ได้ด้วยใช่ไหมคะ
1. เราจะเอาผิดกับคนและผู้มีส่วนทุตริตในกรณีได้ไหมคะ และถ้าได้จะเอาผิดกับใครได้มั้ง
2. และมีอีกเรื่องหนึ่ง คือ ศาลาไทย (สมัยก่อนที่ใช้เรียกกัน) ปัจจุบันคือ ศาลาที่อ่านหนังสือที่มีประชาชนชาวบ้านมานั่งพูดคุย นั่งอ่านหนังสือเป็นประจำทุกวัน แต่ว่าได้สร้างขึ้นในเนื้อที่ของเจ้าของบ้านที่บุกรุกทางสาธารณประโยชน์แห่งนี้ เขายังไม่ยอมแบ่งหักเป็นที่สาธารณประโยชนืเลย ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์นี้เราจะรู้ได้ไงว่าเขาไม่ได้เซ็นหนังสือแบ่งหักเป็นที่สาธารณประโยชน์หมู่บ้าน เขาก็จะไม่ยอมแบ่งหัก ถ้าเกิดสมมุติว่าเขาเอาที่ไปเข้าแบงค์ ๆ ก็ต้องประเมินที่ดินทั้งหมด เขาไม่สนใจหรอกว่าจะเนที่สาธารณประโยชน์ที่ได้มายังไงใช่ไหมคะ..ถ้าเขาไม่ยอมแบ่งหักจริง ๆ ก็ไม่มีบทลงโทษใช่ไหมคะ