หวัดีค่ะ อาจารย์

วันนี้อากาศที่ศรีราชาหนาว และเย็น มีลมด้วย เป็นห่วงอาจารย์ และเพื่อน ๆ จะไม่สบาย ให้ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ และช่วงนี้มีโรตาแดง เข้ามา ก็มีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ให้ทราบกันเพื่อเป็นประโยชน์ และป้องกัน

ประกาศ.....ข่าวควรรู้

24/11/2552

เนื่องจากขณะนี้เริ่มมีการเกิดโรคตาแดงขึ้นในกลุ่มนักเรียน และบุคลากรในโรงเรียน จึงขอให้ทุกท่านทำความเข้าใจ และร่วมมือกันเพื่อเป็นการป้องกัน และควบคุมการแพร่กระจายของโรค ดังนี้

อาการตาแดง เกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งชนิดที่เป็น และไม่เป็นโรคติดต่อ ในที่นี้จะขอกล่าวถึงอาการตาแดงที่หมายถึงโรคตาแดง หรือโรคเยื่อตาขาวอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัส ซึ่งเป็นโรคติดต่อที่สามารถเกิดได้ตลอดปี และมักเกิดการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและง่ายมากในที่ชุมชน เช่น ในโรงเรียน หอพัก และโรงงาน

โรคนี้สามารถติดต่อกันได้จากการไปสัมผัส และรับเชื้อโรคที่มีอยู่ในน้ำตา หรือขี้ตาของผู้ป่วย เช่น จากการอาบน้ำ-ล้างหน้าในอ่างกักน้ำเดียวกัน การที่นำมือไปสัมผัสถูกชื้อโรคที่ผู้ป่วยป้ายเอาไว้ตามที่ต่างๆ หรือใช้เครื่องใช้ที่มีเชื้อโรคนี้อยู่ร่วมกัน แล้วนำมาสัมผัสถูกตาตนเอง เป็นต้น

เมื่อได้รับเชื้อนี้แล้ว จะปรากฏอาการอย่างรวดเร็วภายใน 1-2 วัน โดยมักจะมีอาการดังต่อไปนี้ คือ

- ตาแดง หนังตาบวม เคืองตา ปวดตา แสบตา น้ำตาไหล ถ้าติดเชื้อแบคทีเรียจะมีขี้ตามาก ลักษณะเป็นสีเหลือง หรือเขียว จนบางครั้งเมื่อตื่นนอนขึ้นมาตาจะติดกันจนลืมไม่ขึ้น แต่ถ้าติดเชื้อไวรัสจะมีขี้ตาสีขาวปริมาณเล็กน้อย โดยมักมีการอักเสบของตาทั้ง 2 ข้าง ซึ่งจะเป็นที่ตาข้างหนึ่งก่อนแล้วจึงลามมาอีกข้างหนึ่ง

- อาจมีต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณหู ถ้าเป็นรุนแรงอาจมีอาการปวดกระบอกตาร่วมด้วย เป็นต้น อาการมักจะเป็นอยู่นานประมาณ 1-2 สัปดาห์ถึงจะหาย และสามารถติดต่อไปสู่ผู้อื่นได้ตั้งแต่ระยะเริ่มมีอาการตาแดง จนถึงประมาณ 2 สัปดาห์ บางคนอาจมีภาวะแทรกซ้อน ซึ่งพบได้น้อย แต่ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกวิธีก็จะเป็นอันตรายร้ายแรงได้ คือ กระจกตาอักเสบ ขุ่นมัวเป็นแผล

ดังนั้นจึงขอให้นักเรียน และบุคลากรทุกคนรู้จักป้องกันตนเอง และผู้อื่นโดยการ

- ล้างมือบ่อยๆให้สะอาด ด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ และห้ามใช้มือขยี้ตาเด็ดขาด

- ไม่สัมผัส คลุกคลี หรือใช้น้ำในที่เก็บน้ำเดียวกันกับผู้ป่วย

- ห้ามใช้ของใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว เครื่องนอนร่วมกับผู้อื่น เป็นต้น

เมื่อผู้ป่วยหายป่วยแล้ว ต้องนำเครื่องนอนแยกออกมาซักต่างหากทันที แล้วนำมาต้ม หรือตากแดดที่ร้อนจัด เพื่อฆ่าเชื้อโรค

ถ้าพบผู้ป่วยที่สงสัย หรือมีอาการคล้ายกับดังที่กล่าวมา ควรแนะนำให้ไปรับการตรวจรักษา ห้ามซื้อยาหยอดตาเองเด็ดขาด เนื่องจากยาบางตัวอาจมีสารสเตอรอยด์ ทำให้การอักเสบลุกลามเป็นอันตรายถึงตาบอดได้ ถ้ามีอาการคล้าย หรือแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าเป็นตาแดงติดเชื้อดังกล่าว ต้องหยุดเรียน หรือหยุดงานจนกว่าจะหาย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น

ส่วนการรักษานั้น ส่วนใหญ่แพทย์จะให้ยาหยอดตาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรก ถ้ามีอาการตาบวมมากให้ใช้น้ำแข็งประคบตาได้ แต่ถ้ามีขี้ตามากให้ใช้สำลีชุบน้ำสะอาดเช็ดจากหัวตาไปหางตา และต้องทิ้งกระดาษ หรือสำลีที่สัมผัสกับตาผู้ป่วยในถังขยะอย่างมิดชิด และรีบล้างมือทันที

และสุดท้ายนี้ขอให้นักเรียนทุกคนอย่าลืมสร้างสุขนิสัยที่ถูกต้องให้กับตนเอง และครอบครัว เพื่อป้องกันโรคติดต่ออื่นๆด้วยโดยการ

- ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ หลังสัมผัสสิ่งสกปรก ก่อนรับประทานอาหาร และทันทีเมื่อกลับถึงบ้านหรือที่พัก

- ไม่นำมือไปสัมผัสบริเวณใบหน้า ก่อนการล้างมือให้สะอาด

- ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะแก้วน้ำ และใช้ช้อนกลางทุกครั้งเมื่อรับประทานอาหาร

ร่วมกับผู้อื่น

- รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ สะอาด และไม่มีแมลงวันตอม

- ไม่สัมผัสคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย รักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ

- เมื่อป่วยเป็นโรคที่สามารถติดต่อสู่ผู้อื่นได้ ต้องหยุดพักรักษาตัวอยู่ที่พักอาศัย งดการมาโรงเรียน

ด้วยความห่วงใย

จาก ... เพื่อน Love