๑๒ บทเรียนของนโรปะ มหาสิทธาผู้กล้าหาญ


...อุปสรรคสำคัญในการก้าวหน้าทางธรรม คือการยึดมั่นในอัตตาตัวตน อันเป็นเรื่องยากที่จะขจัด

มีเรื่องเล่าจากธิเบตเกี่ยวกับท่านนโนปะ*๑ ( Naropa ) ว่าท่านนโรปะเป็นผู้ฝักใฝ่ในพุทธศาสนาตั้ง แต่อายุ ๘ ขวบ ก็เริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายความสุขทางโลก จึงเริ่มศึกษาธรรมะในแคชเมียร์ จนจัดได้ ว่าเป็นผู้รอบรู้คนหนึ่ง ต่อมาท่านปรารถนาที่จะออกบวชตลอดชีวิต แต่บิดาไม่อนุญาตและบัง คับให้แต่งงานเพื่อมีทายาทสืบสกุล แต่ในที่สุดเมื่อท่านอายุได้ ๒๕ ปีท่านนโรปะและภรรยาก็ตัด สินใจออกบวช โดยตัวท่านนโรปะได้เดินทางไปศึกษาธรรมเพิ่มเติมที่มหาวิทยาลัยนาลันทา*๒ ( Nalanda University ) ซึ่งท่านได้ศึกษาทั้งพระสูตรและตันตระอย่างรอบด้าน จนได้รับการยกย่องว่าเป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งแห่งนาลันทา และในสมัยนั้นจะมีนักบวชหรือนักปราชญ์ลัทธิต่าง ๆ มาท้าประลองภูมิธรรมกับบัณฑิตของนาลันทา กันจนเป็นประเพณีเลยทีเดียว โดยมีข้อตกลงว่าหากใครเป็นผู้ชนะนั้นจะได้รับการยกย่องเป็นคุรุ ของผู้แพ้และศิษย์ของผู้แพ้ทั้งหมด ด้วยเหตุนี้บัณฑิตที่เก่งที่สุด ๔ คน จะถูกคัดเลือกให้เป็นผู้ประ จำประตูทั้ง ๔ ทิศของมหาวิทยาลัยนาลันทา เพื่อคอยเป็นผู้ประลองภูมิธรรมกับผู้มาขอท้า โดย ท่านนโรปะได้รับเลือกให้ประจำประตูทิศเหนือ และเป็นผู้ประลองชนะมาโดยตลอด ท่านจึงมีลูก ศิษย์จำนวนมาก ทุกคนต่างพากันยกย่อง แม้แต่ตัวท่านเองก็เชื่อมั่นว่าเป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง

*๑ นโรปะ(๑o๑๖-๑๑oo) เป็นอาจารย์คนสำคัญผู้ถ่ายทอดคำสอนสายตันตระทั้งสี่ได้แก่ กายมายา การสืบทอดวิญญาณ(Consciousness) ความฝันและแสงโอภาส และความร้อนภายในแก่คุรุมาร์ปะ ผู้เป็นอาจารย์ของมิลาเรปะที่มีชื่อเสียง
*๒ มหาวิทยาลัยนาลันทา เป็นมหาลัยสงฆ์ที่รุ่งเรืองและใหญ่ที่สุดในอินเดีย แต่ในปัจจุบันได้ถูก ทำลายลงจนหมดแล้ว

จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่ท่านกำลังอ่านคัมภีร์คุยหสมาชตันตระ ( Guhya Samaja Trantra ) อยู่นั้น ได้มีหญิงชราที่มีลักษณะอัปลักษณะ ๓๗ ประการปรากฎกายขึ้น และขอให้ท่านนโรปะ อ่านคัมภีร์ให้นางฟัง เมื่อท่านนโรปะเริ่มต้นอ่านคัมภีร์ นางได้แสดงท่าทีมีความสุขมากถึงกับเต้น รำไปรอบ ๆ เมื่อท่านนโรปะเห็นเช่นนั้น ก็รำพึงออกมาว่า

" เพียงแค่ข้าอ่านคัมภีร์ให้นางฟัง นางยังดูมีความสุขถึงเพียงนี้ หากนางรู้ว่าข้าไม่เพียงแต่อ่าน คัมภีร์ออกเท่านั้น ข้ายังสามารถเข้าใจธรรมในคัมภีร์ทั้งหมด นางคงมีความสุขกว่านี้แน่"

ทันใดนั้น นางก็หยุดเต้นและเริ่มร้องไห้ พร้อมกล่าวว่า

" ข้าเสียใจยิ่งนัก ที่ปราชญ์ยิ่งใหญ่อย่างท่านกลับกลายเป็นคนหลอกลวง เพราะข้ารู้ดีว่า ขณะ นี้ในโลกมีเพียงพี่ชายของข้าคือ ติโล เชอรับ ซางโป ( Tilo Sherab Sangpo ) หรือ ติโลปะ *๓ คนเดียวเท่านั้นที่บรรลุธรรมนั้นได้ อย่างถ่องแท้ " จากนั้นนางก็หายตัวไป

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ท่านนโรปะจึงตระหนักว่า แท้จริงแล้วหญิงชราก็คือ ฑากินี ผู้มาส่งสาสน์ให้ ท่านเห็นความไม่บริสุทธิ์ ๓๗ ประการของตัวท่านเองผ่านความอัปลักษณ์ ๓๗ ประการของ รูปร่างภายนอกของนาง ดังนั้นท่านจึงเกิดศรัทธาอย่างแรงกล้าที่จะออกค้นหาคุรุติโลปะ เพื่อ ขอกราบเป็นศิษย์ และเมื่อท่านนโรปะเริ่มต้นเดินทางสืบหาคุรุ ท่านก็ได้เผชิญบทเรียนที่เปลี่ยน ชีวิตของท่านไปอย่างสิ้นเชิง

ท่าน Khenpo Chodrak Rimpoche ( เคนโป โชรัก ริมโปเช ) ได้เล่าถึงเส้นทางการค้นหาคุรุของ ท่านนโรปะว่า ท่านนโรปะได้เริ่มต้นการสืบหาด้วยการบำเพ็ญสมาธิจักรสัมวระ( Chakrasamvara) ที่วัดแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของอินเดียเป็นเวลา ๖ เดือน จึงมีฑากินีมาบอกให้ท่านออกเดินทางไป ตามทิศตะวันออก ท่านนโรปะจึงมุ่งหน้าเดินทางไปทิศตะวันออกและพบอุปสรรคความยากลำบากมากมาย แต่ท่านก็ยังไม่มีวี่แววเลยว่าคุรุติโลปะอยู่ที่ใด จนกระทั่งวันหนึ่งท่านเดินทางจนหมด เรี่ยวแรงและรู้สึกท้อใจที่จะค้นหาคุรุอีกต่อไป ทันใดก็มีเสียงหนึ่งดังก้องมาจากฟากฟ้าว่า

" มีแต่มารร้ายเท่านั้นที่จะทำการใดด้วยความเกียจคร้าน หากเจ้าไม่อาจขจัดความเกียจคร้าน ในตัวของเจ้าออกไปได้ ไฉนเลยเจ้าจะพานพบคุรุของเจ้า แล้วสู่การรู้แจ้งเสียที "

และนี่คือจุดเริ่มต้นของบทเรียนที่คุรุติโลปะได้สั่งสอนท่านติโลปะ นั่นคือคุณสมบัติข้อแรกของ ผู้ที่จะรู้แจ้งก็คือการละซึ่งความเกียจคร้าน เพราะไม่มีความรู้แจ้งใดจะได้มาด้วยความเกียจคร้าน ดังนั้น ท่านนโรปะจึงตั้งใจเดินทางค้นหาคุรุอีกครั้งหนึ่งด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้า หมั่นภาวนาถึงคุรุติโลปะทุกเช้าค่ำ โดยไม่ย่อท้อตลอดการเดินทาง จนได้พานพบบทเรียนสำคัญ ๑๒ ประการ ที่คุรุติโลปะได้สั่งสอนผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ ก่อนที่ท่านจะยอมปรากฏตัวพบกับท่าน นโรปะ นั่นคือ


*๓ คุรุติโลปะ ( ๙๘๘ - ๑o๖๙ ) ได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์คนสำคัญยิ่งของธิเบต ที่ถ่ายทอดธรรมให้ ศิษย์จำนวนมากให้สามารถบรรลุธรรม โดยท่านรับถ่ายทอดคำสอนสายตันตระทั้งสี่จากพระ พุทธเจ้าวัชรธร เล่ากันว่าคุรุติโลปะมักจะแสดงพฤติกรรมภายนอกที่ดูประหลาดเพื่อเป็นอุบาย ในการสั่งสอนศิษย์ ชอบอยู่กับสายน้ำและทำตัวเป็นเฒ่าขอทาน