อ่านบันทึกนี้ของท่านกะปุ๋มแล้วก็งงนิด ๆ ไม่ได้งงที่ท่านเขียนนะ แต่งง "ตัวย่อ" และ ทับศัพท์ทางการจัดการความรู้

ไอ้ที่งงก็คือ พวกภาษาอังกฤษ และทฤษฎีพวกนี้ "เราโง่" ไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่

เมื่อก่อนเคยพยายามอ่านแล้วตีความก็ไม่ค่อยเข้าใจ "งง ๆ" ไม่รู้จะตีความอย่างไร แล้วก็ไม่รู้จะเขียนบันทึกอย่างไรให้เข้ากับหัวข้ออย่างนั้น

ผลสรุปก็คือ "ไม่เขียน" หรือเขียนก็เขียนแบบงง ๆ ก็คือ เขียนไปแบบไม่มี "เอกภาพ"

เขียนไป ห่วงไป เมื่อใช่ ว่าถูกหลักการ ทฤษฎีหรือเปล่าน๊า...

กลัวผิดน่ะ เรื่องของเรื่อง...

เมื่อก่อนนี้ก็เลยงง ๆ แต่เดี๋ยวนี้ว่าจะหายงง ๆ แล้วก็คือ พยายามเขียนก่อน แล้วค่อยมาอ่านทฤษฎีทีหลัง

ตอนนี้ก็วางเอกสาร ตำราไว้ข้าง ๆ ดู "หน้าปก" อย่างเดียวก็พอ

ดูหน้าปกแล้วตีความเฉพาะหน้าปกเท่านี้ก็สามารถทำงานได้อย่าง "สบาย..."

ยิ่งอ่านมากคนโง่ ๆ อย่างเราก็ "ปวดหมอง..."

ภาพพจน์ ภาพพจน์ ภาพพจน์ที่ดี ภาพพจน์แย่ แล้วภาพพจน์ที่ไม่ดีไม่แย่นั้นเป็นอย่างไรหนอ...?

คือ ไม่ต้องดี ไม่ต้องแย่ ก็อยู่เฉย ๆ แบบนี้แหละ

ทำหน้าที่ก็ทำไป ทำไปเรื่อย ๆ

ใครจะว่าก็เฉย ใครจะชมก็เฉย มีหน้าที่ทำความดีก็ทำไป การปล่อยวางคำชมและคำว่าก็เป็นหน้าที่หนึ่งที่ "จำเป็น" ต้องทำ

ชีวิตเราอยู่ติดกับ "โลกธรรม" มามากแล้ว

ใครชมก็สุข ใครด่าก็ทุกข์ แล้วจะไม่ทุกข์ไม่สุขบ้างได้หรือไม่...

อยู่มันไปเฉย ๆ อย่างนี้แหละ ไม่ต้องกลัวความทุกข์ ไม่ต้องไปเสียดายความสุข

คนเรามักสนใจแต่ความสุขทางเนื้อหนัง ความสุขที่เหนือกว่านั้นยังกลัว ยังไม่กล้าที่จะปีนฝ่าขึ้นไป

บางครั้งปีนขึ้นไปแล้วยังเหลียวหลังกลับมาดูแล้วก็ "เสียดาย" อาลัย อาวรณ์ แล้วก็เดินย้อนกลับลงเขามา ณ จุดเดิม

ปีนเขาให้ถึงยอด เมื่อถึงยอดแล้วจากทางก็มีแต่ "ทางราบและทางลง"

ตอนขึ้นมันลำบาก พอถึงยอดเขาก็หายเหนื่อย

พอถึงยอดเขาแล้วก็ต้องรู้จักลงมาทำงาน รู้จักลงมา "เสียสละ..."

จะไปติดสุข ติดสบายอยู่ยอดเขานั้นก็เห็นแก่ตัวเกิน ต้องรู้จักลงมาช่วยเหลือ บอกทาง เทคนิคในการขึ้นเขากับคนที่กำลังปีนเข้าบ้าง จึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ทำ "ความดี"

ตอนนี้เรากำลังปีนเขา ก็ขอให้ตั้งใจปีนไป ปีนไปก็มองทางสองข้างให้มาก ๆ เก็บเกี่ยวความรู้ ประสบการณ์ จากภายนอก

สิ่งที่สำคัญคือ ต้องหัดเก็บเกี่ยวความรู้สึก ความรู้ฝังลึกที่เกิดขึ้นกับ "อารมณ์" ระหว่างการขึ้นเขานี้

อารมณ์ของจิตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้แลจะทำให้เราบอก "วิธีการ" ขึ้นเขากับคนอื่นได้

ถ้าหากเรามัวแต่จดจำทาง เราก็จะรู้แต่ทางเดียว

คนบางคนเขาขาสั้น คนบางคนก็อ้วน บางคนก็ผอม บางคนแรงเยอะ บางคนแรงน้อย บางคนมีสัมภาระเยอะ บางคนเตรียมน้ำมาน้อย เขาจะถึงเขามาทางเดียวกับเราก็ "ลำบาก" อยู่

สกัดความรู้ของตนเพื่อบอกวิธีการ "วิธีการตั้งจิต"

คนเราจะไปได้หรือไม่ได้อยู่ที่จิต จิตท้อก็ถอย จิตสู้ก็ลุย

ชาตินี้ยังไม่ถึงก็สู้ต่อเพื่อชาติหน้า

เรื่องเวรกรรมนี้ไม่ใช่ม่าม่าจะได้ "กึ่งสำเร็จรูป..."

สู้ สู้ สู้ต่อไป สู้ไป สู้ไป สู้เพื่อใจและจิตที่ "เจริญ..."