เจริญพร...คุณโยม..แดง..ภัสรา..โยมเพียร
คำถามที่โยมๆถามมานั้น..อาตมาขอตอบตามภูมิรู้ภูมิธรรมของตนเองดังนี้
โยมแดงและโยมภัสราถามประเด็นว่า..บางครั้งเราพลาดพลั้งไปทำบาปหรือทำกรรมที่ไม่ประกอบด้วยเจตนา เช่น ขับรถเหยียบแมวตาย ดังกล่าว..จะเป็นกรรมเวรแก่ตัวผู้ทำหรือเปล่า ?
ขอตอบว่า..ถ้าเราทำโดยไม่มีเจตนามุ่งร้ายเป็นสำคัญก็คงไม่ผิดอะไรมากหรอกโยม..แต่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเพราะเราพลาดพลั้งเผลอลืมสติของเรา..ก็ถือว่าเป็นความผิดพลาดที่เราไม่มีธรรมะข้อสติ..ประมาทไป..ท่านบอกว่า..ทำให้คนตายโดยประมาทก็ถือว่ามีความผิดเหมือนกัน..แต่โทษคงไม่เท่ากันกับมีเจตนาฆ่ามาก่อน..จริง ๆ แล้ว การทำกรรมที่ถือว่าเป็นกรรมดีหรือไม่ดีนั้นต้องประกอบด้วยเจตนาคือความตั้งใจดีหรือไม่ดีแล้วจึงทำสิ่งนั้น กรรมที่เกิดขึ้นย่อมเป็นผลแก่เราเป็นแน่แท้..แต่ถ้าเราไม่มีเจตนาให้เกิดก็คงจะไม่มีผล..หรือถ้าจะมีผลก็คงเป็นเพราะเราไม่มีสติ..ประมาท..จึงทำให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น..เหตุการณ์นั้นอาจเกิดขึ้นกับเราเพราะความประมาทของคนอื่นได้เหมือนกัน..ดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนอยู่เสมอว่า..ให้พวกเราเหล่าท่านทั้งหลายจงมีสติคือความระลึกได้ สัมปชัญญะคือความรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะคิด พูด ทำ อะไรต่าง ๆ ก็ต้องมีสติกำกับเสมอ จะได้เป็นเครื่องควบคุมให้เราไม่ทำกรรมไม่ดีทั้งที่มีเจตนาและไม่มีเจตนาได้..
ในกรณีของการขับรถเหยียบแมวตายนั้น..คงเป็นกรรมของแมวตัวนั้นมากกว่าที่จะเป็นกรรมของโยม..ชาติก่อนแมวตัวอาจขับรถเหยียบโยมตายก็เป็นได้..ชาตินี้เขาก็เลยรับกรรมนั้นไป..แต่ถึงแม้ไม่มีเจตนาทำให้เขาตาย..แต่เขาก็ตายเพราะเราไม่มีสติ..ไม่ระแวดระวัง..ก็เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยดีนัก..ทางที่ดี..อาตมาขอแนะนำว่า..ถ้าเกิดโยมทำบุญในบางครั้งบางครา..ก็โยมควรที่จะอุทิศบุญที่ทำไปนั้นให้เขาบ้าง..นั่งสมาธิแผ่เมตตาขอให้เขาอโหสิกรรมให้บ้างก็จะดี..เขาจะได้รู้ว่า..เราไม่มีเจตนาทำให้เขาตายจริง..แล้วโยมก็จะสบายอกสบายใจด้วย..เพราะบุญที่ทำนั้นก็จะส่งเขาหรือโยมเองมีแต่ความสุข..นั่นเอง..
ส่วนคำถามของโยมเพียร..อาตมาขอตอบว่า..การเกลียดคนอื่นนั้น..จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม..ถือได้ว่าเป็นการจองเวรต่อกันและกัน..นะโยม..เป็นกรรมไม่ดีทางใจคือการคิดพยาบาทคนอื่น..ย่อมส่งผลให้โยมรับผลรับกรรมนั้นได้เหมือนกัน..คือเขาก็อาจจะเกลียดโยมตอบหรือคนอื่นๆก็อาจจะเกลียดโยมไปด้วย..ยิ่งถ้านาน ๆ ไปแล้วโยมก็จะอาจจะปลี่ยนจากความเกลียดมาเป็นความอาฆาตแค้น..อาฆาตแล้วก็ย่อมจะทำให้โยมก่อกรรมไม่ดีทางกายทางวาจาต่าง ๆ ตามมา..ดังนั้น..การที่โยมทำใจให้ไม่เกลียดไม่ชังเป็นกลาง ๆ นั่นแหละ..ดีที่สุดแล้ว..พยายามแผ่เมตตาให้กับเขาคนนั้น..พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ว่า.."พึงชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ"..ความโกรธเครียดแค้นคนอื่นนั้นจะทำให้เราหน้าตาไม่ดี..ราศีไม่ผ่องใส..นานๆไปจะเป็นดุจหน้ายักษ์อสูรร้าย..ก็มิปานนะคุณโยม..ขอเจริญพร..