มีคำถามอีกแล้วค่ะ แล้วทำไมพระต้องไม่ใส่รองเท้าด้วยหล่ะคะ ในความคิดเห็นของตัวเองการใส่รองเท้าก็เพื่อไม่ให้เท้าสกปรก และป้องการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดจากการเหยียบย่ำของมีคมที่ตกหล่นบนพื้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะไม่ให้เกียรติ ไม่ได้ทำกริยาดูหมิ่น หรือทำกริยาไม่สุภาพอย่างใดเลย เวลาพระให้พรก็ก้มศรีษะพนมมือรับพร อย่างนอบน้อมตั้งจิตรับพรรวมถึงอุทิศส่วนบุญที่ได้ทำในวันนั้นให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ เพราะในสมัยพุทธกาลยังไม่มีรองเท้าหรือเปล่าคะ เลยเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอย่างนั้น ถ้าอยู่ต่างประเทศที่หนาวมากๆ ลองนึกถึงสภาพที่ต้องถอดรองเท้ารับบาตรหรือใส่บาตรดูสิคะ มันจะทรมานแค่ไหน (ทรมานทั้งผู้รับบาตรและผู้ใส่บาตร)เพียงแค่ต่างเวลาและสถานที่ ที่ต่างประเทศอาจจะไม่มีพระสงฆ์เดินรับบาตร ญาติโยมอาจจะต้องนิมนต์ไปที่บ้านหรือไปที่วัดแทน แต่อย่างในกรณีต่างจังหวัดที่หนาวๆมากๆหล่ะคะ ถ้าทรมานตัวเองอย่างนั้นแล้วจะเรียกเป็นบาปหรือเปล่าคะ คือดิฉันมีความตั้งใจอยากจะทำบุญใส่บาตรจริงๆ และใส่บาตรเกือบจะทุกวันที่กลับไปอยู่บ้าน ปฎิบัติอย่างนี้มาเป็นหลายปีแล้วค่ะ แต่เพิ่งจะโดนทักเรื่องใส่รองเท้ามาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว(ทำงานอยู่ต่างจังหวัดน่ะค่ะ จะกลับบ้านเดือนละครั้ง ครั้งละประมาณสิบวัน รู้สึกไม่ยุติธรรมเลย การที่เราตั้งใจจะทำบุญ อุตสาห์ตื่นแต่เช้า (ขอย้ำว่าปกติไม่ได้เป็นคนตื่นเช้ามากนัก หรือบางที่อยู่อ่านหนังสือหรือทำงานอย่างอื่นแล้วอยู่ดึกมากๆ ตีสามตีสี่ก็เคย ก็ยังตื่นแต่เช้าเพื่อใส่บาตร)เลือกซื้ออาหารอย่างดี เพื่อที่จะทำบุญ แต่อาจจะกลับเป็นบาป(รึเปล่า)เพียงเพราะไม่ถอดรองเท้า คนเราเราจะได้บุญหรือไม่ได้บุญไม่ได้อยู่กับความตั้งใจเจตนาบริสุทธิที่จะทำบุญหรอกหรือคะ (กลับไปหัวข้อแรกอีกครั้ง))สงสัยมากจริงๆ รบกวนท่านช่วยไขทางสว่างให้ด้วยนะคะ