ไวน์ขาวแช่ให้เย็นหน่อยนะพี่ ไม่งั้นมันจะเปรี้ยว อุณหภูมิที่เย็นจะช่วยทำให้รสชาดหวานขึ้นและใสขึ้น เวลาดื่มอย่าเอามือจับตัวแก้วเพราะอุณหภูมิจากมือเราจะทำให้ไวน์มันอุ่นขึ้น ให้จับที่ขาแก้ว เวลาดูคนว่ารู้เรื่องหรือไม่ก็ดูวิธีจับแก้วนี่ล่ะ รู้เลย ถ้าไม่รู้เรื่องส่วนใหญ่จะคว้าหมับเข้าที่ตัวแก้ว พวกบรั่นดีต่างหากที่ต้องจับตัวแก้วเพื่อเป็นการเพิ่มอุณหภูมิให้ เพราะบรั่นดีต้องดื่มอุ่นหน่อยรสชาดถึงจะดีขึ้น
ถ้าจะเอาเทคนิคการเสิร์ฟแบบละเอียดก็ประมาณนี้ ไวน์ขาวรสไม่หวานและโรเซ่ ควรเสิร์ฟที่ 8 - 12 องศา ไวน์ขาวหวานกับแชมเปญประมาณ 6 - 8 องศา ไวน์แดงรสนุ่มเสิร์ฟ ณ อุณหภูมิของ Cellar ประมาณ 10 - 12 องศา ไวน์แดงรสเข้มข้นเสิร์ฟในอุณหภูมิห้องระดับปานกลาง (ไม่ใช่ระดับบ้านเรา) แล้วแต่มาจากแถบไหน เช่น ไวน์จากบอร์โด 18 -19 องศา ไวน์จากเบอร์กันดี 15 - 16 องศา
ไวน์แดงก่อนกินก็ให้แกว่งแบบหมุนเพื่อดูขาไวน์ มันจะไหลลงมาในแก้วให้เราเห็น บอกได้ถึงว่าถ้าหนืดก็คือหวานหน่อย น้ำตาลอาจจะสูง แต่ถ้าไหลเป็นขาเรียวถี่ยิบก็น่าจะดรายหรือแอลกอฮอร์สูง เสร็จพิธีดูขาก็ดม เอาจมูกจุกเข้าไปในแก้วเลยเพื่อดมกลิ่น มันจะมี first nose และ second nose ตามมา ถ้าจมูกดีก็จะรู้ถึงกลิ่นของแหล่งที่มาว่ามีอะไรบ้าง เช่น กลิ่นโอ๊คจากถังบ่ม กลิ่นวนิลา กลิ่นดอกไม้ที่ปลูกในแถบนั้น มันซึบซับมาหมด คือดมเพื่อให้ซึบซาบกับความรู้สึก เสร็จแล้วก็ชิมคำเล็กๆ กรุ๊กๆ ในปากเพื่อชิมรสสัมผัส บางครั้งก็จะบอกได้หลายอย่างทีเดียว เป็นการฝึกแยกประสาทเราว่ารับรู้ได้ดีแค่ไหน เช่น ไวน์จากเบอร์กันดีก็อาจจะมีรสเผ็ดติ๊ดๆ ซ่อนอยู่อะไรทำนองนั้น
รายละเอียดค่อนข้างเยอะ และยังมีอะไรกินกับอะไรเหมาะอีกต่างหาก สรุปแล้วคือ...ถ้าเรารู้สึกอร่อยก็โอเคแล้วล่ะพี่ บอกทริคเล็กๆ น้อยๆ เวลาไปดื่มจะได้เม้าท์กับคนอื่นได้พอหนุกๆ
...จากอดีตผู้ชำนาญการที่เลิกดื่มแล้ว : ) แต่ในกรุยังมีอีกเพียบจ้า